On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

เขียนถึงอาพวด

      ญาติผู้ใหญ่ทางพ่อของผู้เขียนที่ยังเหลืออยู่คนสุดท้ายเวลานี้คืออาพวดผู้เป็นน้องสาวของพ่อ ความทรงจำเกี่ยวกับอาพวดมีมากมายเพราะเป็นอาคนแรกที่ผู้เขียนเคยอยู่ใกล้ชิดมากกว่าญาติๆทุกคน อาพวดเป็นผู้หญิงที่ใจเย็นและใจดีกับหลานๆ ความทรงจำครั้งแรกเกี่ยวกับอาพวดในสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม ก็คือทุกครั้งที่อาพวดกับสามี (คืออาสิงขรซึ่งเคยเป็นทหารผ่านศึกไปรบเวียตนามรุ่นกองพลเสือดำ) มาเยี่ยมพวกเราที่บ้าน ผู้เขียนชอบนั่งคุยเรื่องราวสารพัดกับอาพวด ตอนนั้นอาพวดเองยังไม่มีลูกของตัวเอง และความที่อาเป็นคนรักเด็กและใจเย็น  แม่ของผู้เขียนจึงมักฝากให้อาพวดคอยดูแลผู้เขียนและน้องๆในช่วงที่แม่ไม่อยู่บ้าน  อาพวดจะนอนตะแคงฟังผู้เขียนคุยจ้อไปเรื่อยๆจนอาหลับไป แต่ผู้เขียนก็จะพยายามปลุกอาให้ลืมตาขึ้นมาฟังอีก อาก็ไม่เคยแสดงอาการโมโหหรือรำคาญให้เห็น เพียงแต่พยายามปรือตามองและยิ้มๆพยักหน้าฟังต่อจนผู้เขียนโม้จบ

      ตอนที่อาสิงขรสามีของอาพวดไปเวียตนาม อาสิงขรถามผู้เขียนว่าอยากได้อะไรที่เวียตนามไหม? ผู้เขียนบอกว่าขอตุ๊กตาเวียตนามที่แต่งตัวสวยๆใส่กระโปรงยาวๆด้วย โดยในตอนนั้นไม่ได้ตระหนักว่าการไปรบของอาสิงขรเป็นการเอาชีวิตไปเสี่ยงเดิมพันกลางสมรภูมิรบและอันตรายเพียงใด จนกระทั้งอาสิงขรกลับมาจากสนามรบ ทุกคนต่างดีใจที่อากลับมาด้วยร่างกายที่ครบถ้วนและปลอดภัย และที่สำคัญอาสิงขรยังอุส่าห์หอบตุ๊กตาสาวชาวเวียตนามกลับมาให้ผู้เขียนด้วย  จึงเป็นความประทับใจและความผูกพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับครอบครัวของอาพวด แถมเมื่อลูกชายทั้งสองของอาพวดเกิด ยังตั้งชื่อให้พ้องกับพวกเราสี่คนอีกด้วย คือ”อ้อย อิ่ง อ้อม และอ้อ” อาก็ตั้งชื่อลูกชายของอาทั้งสองคนว่า”อึ่งและอ่าง”

อาพวดเป็นคนขยันชอบทำการค้าขายเล็กๆน้อยๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป อาเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ที่ผู้เขียนเคยมีโอกาสไปอยู่ช่วยอาตอนโรงเรียนปิดเทอม  ผู้เขียนมักจะล้อเรื่องของที่วางขายกับอาพวดเสมอ ไม่ใช่เพราะไม่รู้จักกาละเทศะ แต่เพราะอยากให้อาพวดเอาของมาขายเยอะกว่านี้ และอยากให้เปิดขยายให้ใหญ่โตเร็วๆ  อาพวดก็จะยิ้มอย่างอารมณ์เย็นและบอกว่าอามีความสุขสำหรับการขายแบบนี้มากกว่าจะเปิดแบบทุ่มทุนใหญ่โต ผู้เขียนชอบมองและนับจำนวนของที่วางขายในร้านของอา ซึ่งมีอย่างละนิดละหน่อย แต่ก็หลากหลายพอสมควร เช่นแฟ้ปที่สมัยนั้นใส่ซองเล็กๆแขวนขายซองละบาทเดียว ร้านของอาพวดมีอยู่ไม่เกินเจ็ดซอง จะไม่มากไปกว่านี้ (เพราะจะผิดกติกาและงบประมาณที่อาพวดจัดสรรไว้) รายการต่อไปเป็นน้ำปลาอีกหนึ่งโหล สินค้าตัวนี้มีมากหน่อยเพราะมีคนมาซื้อทุกวัน  จากนั้นเป็นรังผึ้งสำหรับใส่เตาถ่าน(แบบสมัยโบราณ)อีกประมาณห้าหรือหกอัน นอกนั้นก็เป็นของใช้อื่นๆในบ้านอีกหลาย มีอย่างละไม่ถึงโหล  มีโต๊ะเล็กๆตั้งขายกับข้าวสด ปลาทูเป็นสินค้าติดอันดับหนึ่งในร้านของอาที่ต้องมีทุกวัน ไม่มีไม่ได้เด็ดขาด ลูกค้าจะโวยทันที ดังนั้นจำนวนเข่งปลาทูที่ขายในแต่ละวันที่ร้าน (หรือที่ผู้เขียนตั้งชื่อให้โก้ๆว่า”พวดซุปเปอร์มาเก็ต”)ของอาพวดจะมีจำนวนมากกว่าสินค้าตัวอื่นๆ  ในตอนนั้นผู้เขียนรู้สึกสนุกกับการช่วยขายของที่ร้านของอา เพราะเหมือนได้เล่นสนุกแบบขายของ ที่ได้เงินจริงๆใส่กระป๋องให้อา 

ตอนบ่ายสามโมงกว่าๆอาจะเตรียมทำขนมฝักบัวขายให้เด็กนักเรียน ขนมของอาชิ้นใหญ่ แผ่นเดียวอิ่ม อร่อยและราคาถูกเพราะอาสงสารพวกเด็กๆนักเรียน ที่ส่วนมากฐานะค่อนข้างยากจน ผู้เขียนได้เรียนรู้วิธีทำขนมฝักบัวครั้งแรกก็จากร้านอาพวดนี่เอง

นี่เพียงส่วนหนึ่งเกี่ยวกับความผูกพันธ์ที่ผู้เขียนมีต่ออาพวดผู้เป็นที่รักเคารพยิ่ง  ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ผู้เขียนจะนำมาทะยอยเขียนรื้อฟื้นความหลังไว้ที่นี่ โดยเฉพาะเรื่องราวที่ครั้งหนึ่งผู้เขียน, อาพวด และอ่าง(ลูกชายของอา) เราสามคนได้เดินทางไปพักที่ฐานปฏิบัติการชายแดนกับอาสิงขรที่บ้านขยอง ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์  เป็นประสพการณ์ที่สนุกสนานน่าตื่นเต้นที่ผู้เขียนไม่เคยลืมจนวินาทีนี้

ณ.เวลานี้แม้อาสิงขรสามีของอาพวดจะจากลาลับนานแล้ว แต่พวกเราสามคนที่เคยไปร่วมผจญภัยที่ชายแดนยังมีชีวิตอยู่ คืออาพวด, อ่าง, และผู้เขียน

เอาไว้คราวหน้าจะกลับมาเล่าต่อค่ะ

 

อาพวดและอ่าง

อาพวดและอ่าง

 

อาพวดและเฟริน์หลานคนเก่ง

อาพวดและเฟริน์หลานสาวคนเก่ง

อาพวดและเพียวลูกชายของอึ่ง

อาพวดและเพียวลูกชายของอึ่ง

 

หมายเหตุถึงหลานเพียว

วันนี้ป้าอ้อยเห็นรูปรับปริญญาของเพียว ก็เลยอยากส่งข้อความนี้มาถึงหลานเป็นครั้งแรก เพราะบางทีหลานเพียวคงจำป้าอ้อยไม่ได้หรอก คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าป้าเป็นใคร แต่ป้ายังจำเพียวได้นะ เราเคยพบกันตอนที่เพียวยังเป็นเด็กเล็กๆแถมไว้ผมจุกซะด้วย ท่าทางซนนะแต่ซนแบบเงียบๆ ป้าเกิดความประทับใจในทรงผมจุกและหน้าตาที่บ๊องแบ๊วของเพียวทันที เพราะคล้ายๆตุ๊กตาไทยโบราณ ถ้าวันนั้นแม่ของเพียวใส่โจงกระเบนให้เพียวล่ะก็ คงน่ารักยิ่งกว่าตุ๊กตาอีกด้วย

นานมากแล้วนะกับภาพเด็กผู้ชายผมจุกในวันนั้นที่ป้าเห็น เด็กน้อยคนนั้นเขาหายไปแล้วกับกาลเวลา แต่มีชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มเดินเข้ามาแทนที่ พร้อมกับปริญญาแห่งความสำเร็จให้ครอบครัว ป้าคิดถึงพ่ออึ่งของเพียวนะ ถ้าป่านนี้พ่ออึ่งยังอยู่เขาคงภาคภูมิใจในตัวของหลานไม่น้อยเลย ป้าขอแสดงความดีใจและภูมิใจแทนย่าพวด พ่ออึ่ง อาอ่างและแม่จูนของเพียวด้วยนะ ขอให้หลานๆทุกคนมีความสุขความเจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคตและประสพความสำเร็จในการงานจ้ะ

จากป้าอ้อย

 

This slideshow requires JavaScript.

 

 

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

December 2017
S M T W T F S
« Nov    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: