On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

กฎใหม่ก่อนขึ้นเครื่องบิน

                                                                           an131

         

 

        โดย… ร. ผลินธร   

พอมีข่าวเกี่ยวกับการวางระเบิดเครื่องบินทีไร สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆเกี่ยวกับการตรวจค้นผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง  โดยอ้างถึงความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญซึ่งคนที่คิดวางแผนฆ่าหรือคนที่ลงมือทำโดยตรงนั้นกลับไม่ได้รับผลบีบคั้นจากกฎเกณฑ์นี้มากนัก เพราะพอออกกฎใหม่มา เดี๋ยวพวกเขาก็ต้องคิดวางแผนหาวิธีแปลกๆใหม่ๆโหดๆออกมาอีกจนได้ แต่คนที่ต้องรับสภาพเหมือนนกน้อยๆที่น่าสงสารในอุ้งมือมาร …ประทานโทษค่ะ..คนที่ต้องรับความเดือดร้อนจากกฎเหล่านี้นี่สิคะ ก็คือผู้โดยสารที่บริสุทธิ์ทั้งหลาย  ถามว่า เดือดร้อนยังไงหรือคะ?

 

 

            อย่างแรกเลยก็คือต้องเสียเวลามากขึ้นกับการรอตรวจค้น  เครียดค่ะ!..เครียด!..เครียด!

 

ในระหว่างที่ยืนหน้าจืดเจี๋ยมเจี้ยมรอในแถวรอนั้น ต้องใช้ความอดทนพอสมควร  ถ้าหากเดินทางคนเดียว แล้วในระหว่างที่รอนั้นเกิดปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมากระทันหันก็ไปไหนไม่ได้อีกแหละ เพราะไปแล้วก็ต้องกลับไปต่อท้ายแถวโน่น  จะมาถอดรองเท้าข้างเดียววางไว้เพื่อกันที่ก็ไม่ได้ หรือจะทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าไว้โดยไม่มีเจ้าของยืนอยู่ด้วยยิ่งไปกันใหญ่ เดี๋ยวเกิดถึงคิวแล้วเจ้าตัวยังไม่กลับมาจากห้องน้ำ ทีนี้ล่ะโกลาหลแน่ เพราะเจ้าหน้าที่ก็จะสงสัยเลยทันทีว่ากระเป๋าใบนั้นมันต้องมีระเบิดหรืออาวุธอันตรายร้ายแรงอยู่แน่นอน  เขาสงสัยตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดซิ๊ปกระเป๋าดูข้างใน เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้ถูกฝึกมาให้เป็นคนขี้สงสัยและขี้ระแวงโดยเฉพาะค่ะ   เพราะตั้งแต่เกิดการระเบิดเครื่องบินครั้งยิ่งใหญ่ ๑๑กันยายน เป็นต้นมา อะไรๆก็ทำให้ดูน่าสงสัยไปทั้งหมดทั้งคนที่ตรวจและคนที่ถูกตรวจจึงรู้สึกเครียดจัดเพราะสงสัยกันไปสงสัยกันมานี่แหละค่ะ

 

 

 บางคนเกิดอาการโรคสงสัยแบบเลยเถิดคือสงสัยว่าตัวเองเป็นใครกันหนอ? ไม่รู้จะถามกับใครดี จะหันไปถามคนที่ยืนเข้าแถวข้างๆก็ไม่ไว้ใจอีกแหละว่าเขาจะตอบถูกหรือเปล่า? เพราะต่างคนต่างสงสัยกันมั่วไปหมด   ค่ะ!นี่คือยุคแห่งความระแวงและสงสัยที่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว

 

                 ต่อมาเรื่องสิ่งของที่ต้องนำติดตัวไปด้วย  ก็เกิดจะมีรายการต่างๆที่ต้องห้ามอีกมากมายนับว่ายังโชคดีที่เขายังไม่ได้ออกกฎสั่งให้ผู้โดยสารหยุดหายใจก่อนขึ้นเครื่องและขณะที่อยู่บนเครื่องบิน  การตรวจค้นผู้โดยสารแบบตัวต่อตัวอย่างเดียวตามระเบียบมาตราฐานการรักษาความปลอดภัยนั้น ยังไม่มันส์สะใจพระเดชพระคุณของผู้ที่ออกกฎ  ต่อไปนี้มีกฎใหม่เอี่ยมแบบเพิ่งออกจากเตาอบควันโขมงเลย  คือห้ามนำสิ่งของที่ต้องห้ามติดตัวขึ้นเครื่องบิน หมายถึงห้ามนำของเหล่านี้ใส่กระเป๋าถือขึ้นไปด้วย แต่โหลดเข้าท้องเครื่องบินได้  เอ๊ะ!..อ่านแล้วก็เมาตัวหนังสือจนโซเซเหมือนกันค่ะ  ห้ามเอาขึ้นเครื่องบินแต่โหลดเอาไว้ที่ท้องเครื่องบินได้  หรือว่าเขาจะแยกบินระหว่างตัวเครื่องบินกับท้องของเครื่องบิน?  แล้วค่อยเอาไปประกอบกันอีกครั้งเมื่อจอดที่สนามบินแล้ว?

(ตามข่าวเขาว่านะคะ เชื่อว่าผู้อ่านส่วนใหญ่คงทราบรายละเอียดในรายการต่างๆที่ห้ามกันแล้วจากแหล่งข่าวต่างๆทั้งทางอินเตอเนต,วิทยุและทีวี)

 

          ขณะนี้ที่ประเทศอังกฤษเพิ่มโพย เอ๊ย!รายการสิ่งของต้องห้ามในการเดินทางโดยเครื่องบินมาหลายอย่างด้วยกันคือ กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก, อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดนับตั้งแต่คอมพิวเตอร์แบบLaptop, รีโมตคอลโทรล, โทรศัพท์มือถือ, ไอพอต, และอื่นๆที่ต้องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ก็ยังห้ามนำของเหลวจากผลิตภัณฑ์ ต่างๆที่ใช้ดูแลเส้นผม(เช่น แชมพูสระผม, ครีมนวดผม) เครื่องดื่ม,โลชั่นทาผิว,  ยาสีฟัน ขึ้นไปบนเครื่องนะคะ  ในรายการอื่นๆที่เขาอนุญาตให้นำไปได้นั้นเขาก็มีรายการมาให้ต่างหากเช่นกระเป๋าใส่สตางค์  (แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าว่าจะให้ใส่ธนบัตรกี่ใบ?  และไม่ได้ห้ามว่าถ้ามีตั๋วจำนำอยู่ในนั้นจะต้องเอาออกจากกระเป๋าหรือเปล่า? )ก็ต้องใส่ถุงพลาสติกให้มองเห็นได้ง่าย  นับจากวินาทีนี้ไป โรงงานกระเป๋าหนังราคาแพงๆยอดจำหน่ายจะตกกระป๋องแล้ว และโรงงานถุงพลาสติกก็จะมียอดจำหน่ายพุ่งปรี๊ดแทนเพราะไอ้กฎใหม่นี้แหละค่ะ เพราะใครๆก็ต้องหันมาซื้อถุงพลาสติกหรือถุงกรอบแกรบใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศกันทั้งนั้น ดูเท่..เก๋…เบา..สบาย…ในศตวรรษแห่งโลกดิจิตตอลที่ไร้พรมแดน

 

 

          ผู้เขียนคิดเพิ่มเติมเอาเองว่าต่อไปนี้ถ้าเกิดผู้ก่อการร้ายคิดนำถุงพลาสติกมาทำระเบิดได้ ผู้โดยสารทั้งหลายคงต้องใช้ใบตองกล้วยห่อมาใช้ห่อของเวลาขึ้นเครื่องบินนะคะแต่คงไม่อนุญาตให้นำเชือกกล้วยผูกติดไปด้วย เพราะคนร้ายอาจจะเอาไปผูกคอตัวประกันเพื่อต่อรอง หรืออาจจะใช้ถักเป็นสายร่มชูชีพกระโดดออกมาหลังจากวางระเบิดบนเครื่องบินแล้วหรือบางทีในอนาคตข้างหน้านี้ เวลาจะขึ้นเครื่องบินผู้โดยสารทุกคนจะต้องใส่เสื้อกราวน์ของคนป่วยที่จะเตรียมผ่าตัดเท่านั้น (ห้ามนุ่งชั้นในด้วย) เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย  เท่านั้นยังไม่พอ

จะต้องอดอาหารอีกสิบสองชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง เพราะอาจจะมีการแอบกลืนสารเคมีที่ใช้ทำระเบิดแล้วมาถ่ายออกเพื่อใช้ปฎิบัติการบนเครื่องก็ได้นะคะ และถ้าถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ผู้เขียนคงต้องไปเรียนต่อเรือแคนนูจากพวกอินเดียนแดงแล้วล่ะค่ะ  จะได้พายเรือกลับเมืองไทยโดยไม่ต้องง้อสายการบินไหนอีกเลย ….แล้วก็ไม่ต้องไปเสียเวลายืนรอเข้าแถวแห่งความสงสัยที่สนามบินอีกด้วย  ประหยัดความเครียดไปเยอะเลย…..

 

 เฮ้อ!เขียนเสร็จแล้วก็เครียดเหมือนกันค่ะ

2 comments on “กฎใหม่ก่อนขึ้นเครื่องบิน

  1. Polo
    September 26, 2009

    น่าเบื่อนะ ปกติ ก็ยืนนานอยู่แล้ว แล้วนี่ยิ่งเข้าไปอีก

    • รุ่งอรุณ ผลินธร
      September 29, 2009

      ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ

      นั่นสิคะ เดี๋ยวนี้กฎต่างๆของสนามบิน ยิ่งตรวจค้นผู้โดยสารละเอียดยิบกว่าเก่า
      ต้องรอนานและยืนกันนานๆๆๆ
      ในอนาคตอันใกล้นี้คงต้องเตรียมเก้าอี้พับไปเข้าแถวรอด้วยแล้วล่ะค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

February 2009
S M T W T F S
    Apr »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: