On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

หัวเราะไม่ออก

                     บางครั้งการทำความดีอะไรสักอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่พูดอย่างนี้ผู้เขียนไม่ได้หมายถึงว่าถ้าทำความดีแล้วต้องได้อะไรมาตอบแทนหรอกนะคะ เพราะถ้าต้องการทำความดีด้วยจุดประสงค์แค่ชื่อเสียง, เงินทอง, หรือสิ่งของตอบแทนล่ะก็ อย่าไปเสียเวลาทำมันเลยค่ะความดงความดีอะไรนั่น แค่ไปบริจาคขอออกหน้าออกตาซะหน่อยทางทีวีหรือหนังสือพิมพ์ก็ได้แล้ว จงบอกจุดประสงค์ไปเลยว่าที่อุส่าห์กัดฟันและฝืนใจดึงเงินออกมาบริจาคครั้งนี้น่ะ ก็เพื่อกระผมหรือเดี๊ยนขอมีโอกาสโชว์หน้าให้คนทั้งโลกเขาได้เห็นสักหน่อยเถอะครับ(ค่ะ) เพราะอยากออกทีวีหรืออยากเป็นข่าวให้คนอ่านมานานแล้ว (หรือพูดง่ายๆว่าอยากดังจนตัวสั่นนั่นแหละ)

                    ในเมื่อความดีนั้นเป็นสิ่งที่มีความบริสุทธิ์อยุ่ในตัวเองอยู่แล้ว ทำเมื่อไหร่จิตใจของผู้ทำก็ย่อมได้รับความสุขความอิ่มเอิบใจทันทีอยู่แล้ว จะต้องไปหวังผลอะไรมากมายกว่านั้นเล่า?   แต่บางครั้งการทำความดีกับคนบางคนมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แถมไปๆมาๆหาว่าอยากมีส่วนได้ในพินัยกรรมของคนในตระกูลเขาหรือไงถึงได้มาทำเป็นดีแบบนี้? หรือบางทีก็ต้องทนรอและอ้อนวอนขอให้เขารับสิ่งที่เราตั้งใจจะทำให้นี้ด้วยเถิด เพราะเราตั้งใจจะทำให้จริงๆไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนอะไรทั้งนั้น เพียงเพราะอยากมีส่วนช่วยเหลือคนในกลุ่มชุมชนเดียวกันบ้างเท่านั้นเอง แต่แทนที่เขาจะบอกรับในน้ำใจของเรา เขากลับทำเมินเฉยเฉื่อยชากว่าจะพูดอะไรออกมาว่ารับในสิ่งที่เราตั้งใจทำให้นี้หรือไม่รับ ก็ไม่บอกออกมาสักทีกลัวพิกุลทองร่วงจากปากหรือไงก็ไม่ทราบได้ หรือทำเหมือนกับว่าเราไปบังคับใจเขาซะเหลือเกิน หรือว่าคงไปทำความลำบากใจอะไรให้เขานักหนายังงั้นแหละ  คนเราบางคนถึงไม่กล้าที่จะทำความดี หรือกลัวที่จะทำความดี เพราะทำไปแล้วนอกจากไม่มีใครรับในสิ่งที่เราตั้งใจทำแล้ว บางคนยังถูกแจ๊คพ็อตด้วยการถูกฟ้องร้องเป็นคดีความในฐานะที่แหลมหน้าไปช่วยเขาอีกด้วย

                   ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนเคยได้รับการติดต่อจากญาติห่างๆ (สมมุติว่าชื่อ”นายทารกแก่”ก็แล้วกัน) บอกให้ช่วยหางานทำที่อเมริกาให้ด้วย เพราะเขากำลังตกงานและมีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกเมียก็กระจัดกระจายไปคนละทาง นอกจากนี้เขายังอ้างถึงสุขภาพของน้าสาวของเขาว่าไม่ค่อยแข็งแรงแถมยังต้องมาติดหนี้ติดสินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเขาด้วยสรุปง่ายๆก็คือผู้เขียนช่วยติดต่อทั้งเรื่องวีซ่าทั้งเรื่องงานให้เขา ด้วยความสงสารและเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน โดยที่ไม่เคยเรียกร้องค่าใช้จ่ายอะไรสำหรับตัวเองทั้งนั้น เพราะคิดว่าเมื่อจะช่วยก็ต้องช่วยกันอย่างสุดความสามารถ ได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที แล้วก็ไม่ใช่ว่าตัวผู้เขียนเองมีเงินร่ำรวยร้อยล้านหรอกนะคะ ก็บอกแล้วไงว่าช่วยได้เป็นช่วย และช่วยอย่างเต็มที่ด้วย ใช้เวลาในการเดินเรื่องทั้งหมดสี่ปี กว่าที่นายทารกแก่จะได้วีซ่าไปทำงานที่อเมริกา

                     กว่าพระเดชพระคุณนายทารกแก่จะเดินทางไปรายงานตัวกับนายจ้างก็ยังมีข้อต่อรองอีกต่างหาก ทำยังกับว่ามีใครเขามากราบอ้อนวอนเสนองานให้ยังงั้นแหละ เพราะนายทารกแก่ขอให้นายจ้างจัดการเรื่องค่าที่พักค่าเดินทางให้ด้วย  เรื่องที่พักนั้นไม่มีปัญหานายจ้างใจดีเต็มใจให้เช่าห้องพักในบริเวณใกล้ที่ทำงานโดยเก็บค่าเช่าและค่าไฟฟ้าในราคาต่ำกว่าการไปหาเช่าเอง แถมไม่มีเงินค่าวางมัดจำเพื่อประกันของเสียหายอีกด้วย ที่อยู่ก็สะอาดสุขสบายมีห้องนอน,ห้องครัว,ห้องน้ำส่วนตัวไม่ต้องปะปนกับใครทั้งนั้น ค่าแรงก็จ่ายมากกว่าค่าแรงงานขั้นต่ำคือปกติรัฐมินนิโซต้าเขาจ่ายขั้นต่ำชั่วโมงล่ะ$7.00-$8.00 แต่สำหรับนายทารกแก่นั้น นายจ้างเต็มใจจ่ายชั่วโมงล่ะ$11.25 แถมงานฟลูไทม์อีกด้วยคือสี่สิบชั่วโมงต่ออาทิตย์ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่ ก็ลองเอาเลขสี่มาคูณกับจำนวนเงินที่ได้แต่ละอาทิตย์ดูนะคะ ส่วนค่าเช่าที่พักกับค่าไฟฟ้านายจ้างเขาคิดแค่สองร้อยห้าสิบเหรียญเท่านั้น (ทั้งๆในราคาเช่าทั่วไปจะเริ่มจากเดือนล่ะสี่ร้อยกว่าเหรียญขึ้นไปทั้งนั้น )

                      ทีนี้กลับมาเล่าถึงข้อต่อรองถัดมาที่นายทารกแก่ยื่นขอต่อนายจ้างคือต้องมีคนมารับที่เมืองไทยและต้องออกค่าเครื่องบินให้ด้วย เพราะตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตนนายทารกแก่ยังไม่เคยเดินทางออกนอกเขตประเทศไทยเลย (แต่ผู้เขียนมาทราบทีหลังว่านายทารกแก่เคยออกไปนอกประเทศเหมือนกัน โดยเอาเงินไปสนับสนุนธุรกิจคาสิโนที่ปอยเปตประเทศเขมร เพื่อให้ชาวเขมรร่ำรวยขึ้น ในขณะที่นายทารกแก่ขอเสียสละทำบุญจนกลายเป็นคนหมดเนื้อหมดตัวแทน โอ้!นี่แหละกุศลผลบุญที่ได้จากคาสิโน)

                       ข้อต่อรองเรื่องการไปรับตัวนายทารกแก่ที่เมืองไทยกับเรื่องจ่ายค่าตั๋วเดินทางนี้ นายจ้างบอกกับผู้เขียนว่าไม่สามารถรับพิจารณาได้ เพราะเขาไม่ได้เป็นฝ่ายขอร้องอ้อนวอนให้นายทารกแก่มาทำงานกับเขา แต่ที่เขาเต็มใจช่วยเพราะเห็นแก่ผู้เขียนที่ไปขอร้องเขาให้รับนายทารกแก่มาทำงานกับเขาต่างหาก เพราะฉะนั้นถ้านายทารกแก่ไม่กล้าเดินทางออกนอกประเทศคนเดียวเพราะกลัวว่าหลงทางไปประเทศอื่นหรือกลัวว่าจะหลงออกไปนอกโลกก็ตามที ทางที่ดีนายทารกแก่ควรนั่งภาวนาอ้อนวอนเทวดาให้เนรมิตรงานใหม่ให้ที่เมืองไทยต่อไปนั่นแหละดีแล้ว อย่าได้ฝืนความวิตกกังวลขึ้นเครื่องบินมาเลย  

                         เอาล่ะค่ะวันนี้เขียนแค่นี้ก่อนแล้วคราวหน้าจะกลับมาเล่าเรื่องนายทารกแก่ต่อค่ะ

                                              

                                                         Artifact fix

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

September 2009
S M T W T F S
« Aug   Oct »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: