On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

บทรำพึงของคนไกลบ้าน

เดือนตุลาคมอากาศเริ่มหนาวใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง อีกไม่นานก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลแล้วร่วงหล่นลงสู่ดิน ในที่สุดต้นไม้ทุกต้นจะโกร๋นใบ เหลือแต่กิ่งก้านระเกะระกะสีดำทะมึนกลางแสงที่สลัวลางของฤดูใบไม้ร่วง มองดูไกลๆคล้ายกับร่างของอสูรกาย ยืนตะหง่านรายรอบ ซึ่งในแต่ละวันแสงแดดไม่ค่อยออกมาให้เห็นมากนัก บางวันมีแต่หมอกหนาในตอนเช้า ส่วนกลางวันสลัวอึมครึมทั้งวัน บรรยากาศแบบนี้ทำให้รู้สึกวังเวงวิเวกหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกของคนไกลบ้านในห้วงเวลาแบบนี้ บอกตรงๆว่าเหงาและคิดถึงบ้านอย่างจับจิตจับใจ ความจริงมันก็เหงาและคิดถึงบ้านตลอดเวลานั่นแหละ เพียงแต่สภาพในฤดูใบไม้ร่วงมันเสริมสร้างความเหงาให้ทรมานความรู้สึกได้มากกว่ากัน ยิ่งช่วงฤดูหนาวยิ่งทรมานอย่างสาหัสสากรรจ์ เพราะไหนจะความหนาว ไหนจะหิมะที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางออกนอกบ้านอีกล่ะ

บางคนอาจจะถามว่า แล้วมาอยู่ทำไมในบ้านเมืองที่ไม่ใช่ของเรา? ทำไมไม่กลับบ้านเราล่ะ? โธ่!ทำไมจะไม่อยากกลับล่ะคุณๆขา? ในเมื่อจากบ้านเกิดเมืองนอนมานานหลายปีแล้ว เป็นใครก็อยากกลับบ้านกันทั้งนั้นแหละ แต่ชีวิตคนเราบางครั้งจำเป็นต้องเดินตามเส้นทางที่พระเจ้าท่านลิขิตให้ ผู้เขียนเองไม่เคยคิดมาก่อนด้วยซ้ำว่าในชีวิตนี้จะต้องได้พลัดพรากจากบ้านเกิดของตัวเอง ดุจดังนกขมิ้นเหลืองอ่อนตัวน้อยๆที่ร่อนเร่ไปในอีกฟากฟ้าหนึ่งซึ่งไกลแสนไกลเช่นนี้ ถ้าหากชีวิตอยู่ได้แบบไม่ต้องกินไม่ต้องใช้เงินทอง ถึงเวลาก็ไปเก็บผักป่า หาปลาตามห้วยตามหนองตามท้องนามากินกันตายในแต่ละมื้อ มีกระท่อมเล็กๆอาศัยอยู่พอซุกหัวนอน ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติที่สงบเงียบเรียบง่าย ไม่ต้องดิ้นรนขนขวายแข่งขันกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อความอยู่รอดล่ะก็ ป่านนี้ผู้เขียนก็คงกลับไปบ้านเรานานแล้วแหละค่ะ จะกลับไปตั้งแต่วันแรกที่มาถึงอเมริกาด้วยซ้ำ

แต่ชีวิตจริงกับความนึกคิดมันต่างกันไกลสุดกู่ราวสีขาวกับดำ ราวกับกลางคืนกลางวัน เพราะความเป็นอยู่ของคนเราทุกวันนี้มันต้องดิ้นรนแข่งขันกันแทบทุกลมหายใจ( อีกไม่นานแม้แต่อากาศ ก็คงต้องแย่งกันมาเพื่อสูดเข้าปอดหายใจ) ทุกคนต่างหน้าดำคร่ำเครียดปากกัดตีนถีบกันทั้งนั้น เพียงเพื่อให้มีชีวิตอยู่ลุล่วงไปวันๆในสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนยอบแยบย่ำแย่กันทั่วหน้า จะไปหวังพึ่งพาอาศัยใครได้ล่ะ? นอกจากพึ่งตัวเองเท่านั้นดีที่สุด จะกลับไปทำงานรับราชการอย่างเก่าน่ะหรือ? เวลามันก็ล่วงเลยจากสายจนบ่ายแก่ไม่ทันการณ์แล้ว เอ!หรือจะกลับไปทำมาหากินอาชีพอิสระ อาทิเช่นแคะขนมครกขายดูสักพักเป็นไง? เฮ้อ!คงจะรวยหรอกมั้ง กว่าจะหัดแคะขนมครกได้จนคล่องชำนาญ คงต้องกินแกลบกินกรวดต้มใส่เกลือซดไปพลางๆ ระหว่างรอการฝึกฝนฝีมือนั่นแหละ ขนาดแม่ค้าขนมครกมืออาชีพเขายังต้องต่อสู้ฝ่าด่านอรหันต์กันมาแทบเลือดตากระเด็นถึงจะได้ยืนหยัดบริการลูกค้าอย่างเต็มภาคภูมิ

สรุปแล้วทนคิดถึงบ้านไปก่อนแล้วกัน ทนทำงานเก็บเงินสำหรับเป็นทุนเลี้ยงตัวเองในยามแก่นั่นแหละดีที่สุด เพราะถ้าหากกลับไปตอนนี้แบบมือเปล่าๆ แถมหางานใหม่ก็ไม่ได้ จะเอาอะไรกิน? แม้แต่แกลบและกรวดที่จะเอามาต้มกินก็คงไม่ได้มาฟรีๆ มันต้องมีเงินไปซื้อ จะหันหน้าหวังพึ่งญาติพี่น้องเพื่อนฝูงน่ะหรือ? ใครเขาจะมาคอยแบกภาระชีวิตเราอยู่ล่ะ? แค่วันสองวันคงพอได้ แต่ถ้าเกินกว่านี้คงเป็นไปไม่ได้ หรือถ้าเรามีเงินแต่ยังรองาน พวกเขาก็อาจจะยังพอหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ได้บ้าง (แถมบางครั้งอาจจะช่วยหยิบเงินของเราที่มีอยู่ไปช่วยใช้ด้วย) แต่ถ้าเราไม่มีทั้งงานทั้งเงินล่ะก็ ทีนี้แหละจะยิ่งช้ำระกำใจกว่าการทนคิดถึงบ้าน ทนความหนาวและหิมะในต่างแดนซะอีก ในเมื่อทุกคนก็มีภาระแบกกันจนบ่าสองข้างแทบจะหลุดอยู่แล้ว ก็จงอย่าหวังพึ่งใครในโลกเลย นอกจากตัวเราเองเท่านั้น ซึ่งทั้งสองแขนสองแขนของเรายังมีแรงอยู่ก็จงต่อสู้เพื่อความอยู่รอดต่อไปเถิด ดังคำที่พระท่านว่า”ตนนั่นแหละคือที่พึ่งแห่งตน”

south side4

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

October 2009
S M T W T F S
« Sep   Dec »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: