On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

น้ำตา

ตั้งแต่เมษายน ถึงพฤษภาคมปีนี้ คนไทยทั้งที่อยู่ในและนอกประเทศ ต่างก็รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ส่วนเรื่องความผิดถูกใครดีหรือเลวนั้น ขอให้หยุดเถียงหยุดทะเลาะกันก่อนเถอะ เพราะขณะนี้เมืองไทยของคนไทยทุกฝ่ายและทุกคนก็บอบช้ำอย่างแสนสาหัสแล้ว เราคงจะต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะเยียวยารักษาบาดแผลที่ลึกฉกรรจ์เหล่านี้ให้บรรเทาเบาบาง..แม้ลบรอยบาดแผลไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าที่มันกลับกลายเป็นแผลที่เน่าและรักษาไม่ได้อีกเลย…ถ้ารักกันไม่ได้เหมือนเดิม.. ก็อย่าเกลียดกันให้มากไปกว่านี้ได้ไหม? เพราะถึงอย่างไรทุกคนก็จะยังต้องอยู่ร่วมกันที่ผืนแผ่นดินนี้ไปจนกว่าหมดสิ้นลมหายใจสุดท้าย…เพราะเราต่างเกิดที่ผืนแผ่นดินนี้…เติบโตมาด้วยกันที่นี่….แล้วทำไมเราจะอยู่รวมกันและรักสามัคคีกันอย่างคนบ้านเดียวกันและคนชาติเดียวกันไม่ได้อีกเชียวหรือ?

 

วันนี้ผู้เขียนได้นำงานเขียนที่ชื่อว่า “น้ำตา”ของคุณ วิศวัส ปัญญาวงศ์สถาพร (หรือหลานเต้)นักเขียนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟอุดมการณ์ยังร้อนแรง มาบันทึกไว้ที่นี่ (โดยได้รับการอนุญาตจากคุณวิศวัส ปัญญาวงศ์สถาพร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว)เพื่อให้คนไทยทั้งหลายและคนทั้งโลกที่เผอิญแวะมาที่Blogน้อยๆแห่งนี้ จะได้ซึมซับในความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ว่าเขามีความรักและความผูกพันธ์กับแผ่นดินไทยนั้น ไม่ต่างไปจากความรู้สึกของคนไทยทุกๆคนเลย

 

อย่าลืมนะคะว่าอนาคตของเมืองไทยจะต้องอยู่ในความดูแลของคนไทยรุ่นใหม่ต่อไป เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายได้กระทำต่อบ้านเมืองครั้งนี้ มีใครสักคนหยุดคิดบ้างไหมว่า จะสร้างภาพพิมพ์ไว้ในใจของคนรุ่นใหม่อย่างไรบ้าง? ความรู้สึกต่างๆเหล่านี้คุณ วิศวัส ปัญญาวงศ์สถาพร ได้บรรจงถ่ายทอดผ่านตัวอักษรทุกตัวอย่างตั้งใจ ด้วยลีลาการเขียนที่ไหวพริ้วมีชีวิตชีวาดุจดั่งสายลมฤดูคิมหันต์…แต่ทว่าหนักแน่นจริงจัง…และองอาจ…

                                                        ………………………………………………………………………………..

วันนี้ผมร้องไห้ครับ

   เป็นน้ำตาในรอบกี่สิบปีไม่รู้ที่ไหลออกจากตัวผม ผ่านเป้าตาทั้งสองข้าง รินไหลอาบแก้มอย่างเงียบๆ พร้อมเสียงประกาศของผู้เล่าข่าวที่ดังฟูมฟายไม่ขาดหู สายตาของผมจับจ้องที่ภาพในจอโทรทัศน์ด้วยสติวูบวาบ พร่าเลือน ภาพตรงหน้าเป็นความจริงหรือ? ตึกที่เราเคยผ่านทุกวัน ถนนที่เราเคยไปเดินเล่น รถไฟฟ้าที่เราเคยถูกยามห้ามไม่ให้เข้าเพราะถือขนมเข้าสถานี เพื่อนของเรา ความทรงจำของเรา บัดนี้สิ่งเหล่านั้นกำลังฉิบหายไปด้วยไฟนรกต่อหน้าต่อตาเราหรือนี่?

 

  เขาว่าสมองของเราเหมือนลิ้นชักที่เก็บเรื่องราวนับร้อยพันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่นนั้นเหตุการณ์นี้จะถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่บรรจุอยู่ในก้นบึ้งหัวใจของผมไปตลอดชีวิต ผมจะจำไว้ว่าใครเป็นคนเผาบ้านเผาเมืองผม ใครมันเป็นอ้ายอีอหิงสาที่จุดไฟทำลายบ้านของเรา และใครบ้างที่จะต้องไปอยู่ในนรกโลกันตร์เพื่อชดใช้ความผิดที่ไม่มีวันได้รับการให้อภัย

 

 ตลอดมาในส่วนลึกแล้ว ผมเข้าใจการชุมนุมของคนเสื้อแดงดี เขามาเพื่อเรียกร้องความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มาขจัดความต่างทางชนชั้น มาตามหาสิ่งที่พวกเขาคิดว่าตนสมควรได้รับ ผมเข้าใจและเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พวกเขาทำอย่างนั้น มันไม่ต่างจากม็อบเกษตรกร ม็อบมาบตาพุด หรือม็อบนานาที่เข้ามาเพื่อจุดหมายที่ชัดเจน เพราะกระดิ่งที่หน้าเรือนพ่อขุนราม บัดนี้ก็ยังแขวนอยู่หน้าทำเนียบไม่สามารถปลดลงได้ซะที แต่ครั้งนี้เมื่อจุดหมายของคนเสื้อแดงคือทำลายบ้านเมืองของผม จุดไฟใส่สถานที่ในความทรงจำ ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อบอกให้ใครก็ตามที่ได้อ่านรับรู้ว่า เราคนกรุงเทพฯ (ที่ไม่ใช่คนต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาอาศัย หรือทำงานที่นี้) มีความรักบ้านที่เรานอน คลาน และยืนมาไม่ต่างจากที่พวกคุณรักเช่นกัน

 

 หากถามว่าทำไมผมไม่โทษตำรวจ โทษทหาร โทษรัฐบาล ก็ตอบได้เต็มปากว่า เขาไม่ได้เผา คุณเผา เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แม้จะถูกกดดันอย่างไร แต่ถ้าคุณมีจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์…ของคน การเผาบ้านเผาเรือนไม่ใช่สิ่งที่บรรจุอยู่ในเซลล์สมองของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แม้กระทั่งสัตว์ หมา แมว หนู หรือกระทั่งนก ที่ว่ากันว่ามีมันสมองน้อยกระจิดริดจ้อยร่อยที่สุด พวกมันก็ไม่เคยปรากฏว่าสิ้นคิดจนถึงขั้นเผารัง เผาเรือนของตนเอง แม้ความตายจะมาเยือนตรงหน้า

 

 การจุดเพลิงเผาที่อยู่นั้นเป็นหนึ่งในยุทธวิธีทางทหารที่ใช้กลบเกลื่อนร่องรอยเพื่อไม่ให้ใครทราบว่าเราเคยอยู่ที่ไหน พักแรมอ้างอิงกันยังไง ลบรากของเราออกจากหน้าประวัติศาสตร์ พวกคุณต้องการอย่างนั้นหรือ? หรือสมัยก่อนตามแว้นแคว้นก็ปรากฏมีการเผาบ้านเผาเมืองของอีกฝ่ายเพื่อก่อความฉิบหาย และทำให้ประชาชนที่ตกเป็นเฉลยศึกไร้ทางเลือก ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนได้นอกจากยอมโดนจับตัวไปอยู่กับแว่นแคว้นที่ชนะศึก พวกเราผิดเองหรือที่อยู่ในประเทศไทยที่เป็นอริกับคุณ?

 

  สารพัดการคาดเดาของผม ความคิดของรัฐบาล นักวิชาการ อาจารย์ ปราญช์ สถิติ กราฟ แลทฤษฏีนับร้อยพันหมื่น ที่ถูกควักออกมาใช้เต็มอัตราเพื่อคาดเดาการเคลื่อนไหวของ “เสื้อแดง” เป็นความคิดที่ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ใช้อธิบาย “มนุษย์” ผู้มีจิตใจปกติสามัญ มีตรรกะ มีความคิดเห็นที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ในอดีต สิ่งแวดล้อม และการศึกษา

 

 บัดนี้เครื่องมือเหล่านั้นฉิบหายป่นปี้เพราะ มันไม่สามารถเข้ารหัสเพื่ออธิบายความต้องการของพวกเขาได้ ฉะนั้นผมจึงคิดว่าพวกเขาอาจต้องการเครื่องมืออย่างอื่นมาตอบสนองความต้องการมากกว่าเครื่องมือที่เรียกว่า “ความเข้าใจ” ควรเป็นอะไรที่ง่าย พื้นฐาน และไม่ยุ่งยากสมกับการกระทำอันไม่ผ่านสมอง

 เราจะไม่ทนอีกต่อไป!

 

.ล. วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ทายาทของนักรัฐศาสตร์ผู้เคยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาผม (แม้จะไม่เคยเห็นหน้าก็ตาม) เคยกล่าวไว้ว่า “เพราะความเกลียดชังไม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจ …แต่ความเข้าใจ จะทำให้ความเกลียดชังไม่จำเป็น” ตอนนี้ผมคิดว่า “ความเกลียดชัง” มันจำเป็นแล้วละครับ

.ล. 2 นี่ไม่ใช่บทความทางการเมือง แต่เป็นบทความเชิงสังคม

 

เต้

19 พ.ค.

ท้องฟ้าข้างนอกมืดครึ้มด้วยควันยางรถ และตึก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

May 2010
S M T W T F S
« Apr   Jun »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: