On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

บ้านใกล้เรือนเคียง (บทที่หนึ่ง)

                สองเดือนกว่าๆในถิ่นใหม่ มีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำการวิเคราะห์ วิจัยและวิจารณ์ เพื่อสรุปข้อมูลสำคัญว่าเพราะเหตุใดฤามิสซิส”ไฮยีน่า” (Hyena)(นามสมมุติที่ไปขุดมาจากทวีปอาฟริกา) ยัยแหม่มหน้างิ้วถึงไม่ชอบเสียงหมาเห่า?  โดยเฉพาะเสียงของ”เจ้าหญิง”เพื่อนสี่ขาผู้ซื่อสัตย์ของผู้เขียน ทั้งๆที่เพื่อนบ้านในละแวกนี้เลี้ยงเจ้าสี่ขากันทุกบ้าน แม้แต่บ้านของคุณไฮยีน่าเองก็มีหมาประจำตำแหน่งสองตัว และก็ส่งเสียงเห่าเหมือนกับหมาของเพื่อนบ้านทั่วไป ต่างตัวต่างเห่าและหอนตามความถนัด ยัยไฮยีน่าไม่สนใจ แต่กลับมาจับจ้องเฉพาะบ้านของผู้เขียนเท่านั้น ทำไม?…ทำไม?…ทำไม(วะ)? สงสัยจริงๆเชียวค่ะ

              เอาล่ะค่ะเราจะมาเริ่มกันที่เขตแดนกันก่อน ขอให้ท่านผู้อ่านหลับตาลองนึกภาพไปด้วยก็แล้วกัน แต่กรุณาอย่าหลับเพลินจนฝันถึงตัวไฮยีน่าล่ะคะ  ส่วนจะหาความหมายว่า”ไฮยีน่า”คืออะไรก็เปิดหาที่เว็ปไซด์ต่างๆได้ตามสะดวก ขอเกริ่นไว้ตรงนี้เลยว่าชื่อต่างๆที่นำมาเขียนวันนี้ เป็นนามสมมุติทั้งสิ้น ส่วนจะไปพ้องกับพฤติกรรมจริงของใครนั้น ผู้เขียนคนเดียวเท่านั้นที่ทราบค่ะ กลับมาเริ่มที่บ้านของผู้เขียนก่อนดีกว่า ถ้ายืนหันหน้าไปทางทิศตะวันตก กางมือออก…ด้านขวามือคือบ้านของคุณ”เกาะกรูด” ที่ได้ชื่อนี้เพราะคุณพี่ท่านอยู่ตามลำพังไม่สุงสิงกับใครทั้งนั้น ไม่มองไม่พูดไม่ยิ้มไม่ทักไม่บ่น สรุปคือแม้อยู่ท่ามกลางชุมชน แต่คุณเกาะกรูดก็ปฏิบัติตนเหมือนแยกห่างจากโลกและอยู่โดดเดี่ยวเฉกเช่นเกาะที่เดียวดายกลางมหาสมุทร คุณเกาะกรูดมีหมาประจำตำแหน่งหนึ่งตัว เป็นหมาขนาดเล็กสามารถใส่กระเป๋าแจ๊คเก็ตพกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก แต่ขอโทษค่ะ เสียงเห่าดังพอๆกับลำโพงเสียงหนังขายยาสมัยก่อน แต่โทนเสียงจะแหลมเล็กกรีดแก้วหูเชียวล่ะ  ถัดไปด้านซ้ายมือซึ่งห่างจากบ้านผู้เขียนประมาณสามรักแร้กับอีกเศษสองส่วนสามคืบ คือเราอยู่ติดกันมากจนกระทั่งว่าถ้ากางแขนออกต้องกางแบบครึ่งเดียวเท่านั้น ไม่งั้นปลายนิ้วมือจะไปชนที่ฝาบ้านนี้  บ้านนี้เป็นบ้านสองสาวโสดที่อยู่ด้วยกันแบบคู่สมรสตามเทรนด์โลกที่กำลังมาแรงในยุคนี้คือการอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาไม่จำเป็นต้องหมายถึงหญิงและชายเท่านั้น อาจจะเป็นหญิงกับหญิง หรือชายกับชายก็ตามแต่จะเลือก บ้านนี้ไม่มีหมาหรือแม้แต่หมูก็ไม่มีเช่นกัน บ้านนี้เงียบเชียบตลอด ไม่มีสวนผักหรือสวนดอกไม้ทั้งข้างหน้าข้างหลังบ้าน 

           แต่ถ้าเดินเรียงไปจากบ้านสองสาวโสด ก็จะเป็นบ้านของสามีภรรยาที่ผู้เขียนตั้งสมญานามให้ว่า”นักล่าดินแดน” เพราะทั้งสองชอบขยายอาณาเขตบ้านของตัวเองแบบได้คืบจะเอาศอกได้ศอกก็จะเอาเป็นวา ไปๆมาๆบ้านของผู้เขียนก็โดนแจ๊คพ๊อตไปด้วย เพราะถึงแม้บ้านสองนักขยายดินแดนจะอยู่ห่างจากบ้านผู้เขียน แต่พื้นที่บริเวณหลังบ้านของทั้งสองแฉลบหักมุมกินพื้นที่หลังบ้านของสองสาวโสดจนหมดสิ้น จนกระทั่งเลยมุมป้านมากินเนื้อที่บ้านผู้เขียนอีกเกือบสองศอกกว่าๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้เขียนย้ายมา  ดังนั้นเจ้าของเดิมที่ขายบ้านนี้จึงต้องทำหนังสือให้ทางราชการรับทราบว่าสองนักขยายดินแดนได้ก่อสร้างโรงรถเลยมางาบเอาเนื้อที่บ้านนี้ไปด้วย และให้สองนักขยายดินแดนเซ็นต์รับทราบด้วยว่า ถ้าโรงรถนี้ผุพังไปตามกาลเวลาแล้ว จะต้องไม่ก่อสร้างอะไรที่กินเนื้อที่เช่นนี้อีก และจะต้องสำรวจทำรังวัดให้ดีก่อนก่อสร้าง ไม่งั้นจะต้องไปให้ศาลพิจารณาตามความเหมาะสมในฐานะที่บุกรุกเนื้อที่ของคนอื่น รายละเอียดต่างๆยังมีอีกเยอะ เอาไว้เขียนเล่าเป็นรายๆไปดีกว่าค่ะ อ้อ..ลืมไปนักล่าดินแดนเลี้ยงหมาไว้สองตัว แต่หมาบ้านนี้ชอบหอนมากกว่าเห่า ถ้าเปรียบเป็นเพลง ก็คือหมาบ้านนี้ชอบร้องแบบโอเปร่ามากกว่าเพลงร๊อค  ถัดมาจากโรงรถของนักล่าดินแดน คือบ้านของบรรณาธิการข่าวชุมชนประจำซอย (ผู้เขียนแต่งตั้งตำแหน่งนี้ให้ตามพฤติกรรมค่ะ เพราะแหม่มคนนี้แกอยู่มานานกว่าใคร และแกจะทำหน้าที่เดินทักทายทำความรู้จักกับทุกบ้าน แถมรู้รายละเอียดความเป็นมาของแต่ละบ้านอย่างละเอียดยิบยิ่งกว่าวิถีพีเดียออนไลน์ด้วยนะ) บก.ข่าวฯ อยู่ตามลำพังกับหมาอีกสองตัว ซึ่งอุปนิสัยหมาสองตัวนี้ค่อนข้างจะพิถีพิถันในการเปิดปากเห่า คือจะพิจารณาการเห่าเป็นรายๆไปอย่างรอบคอบ ไม่เห่าแบบพร่ำเพรื่อ  จะเห่าก็ต่อเมื่อทบทวนดีแล้วว่าสมควรจะเห่าจริงๆและก็จะเริ่มเปิดฉากเห่าแบบเป็นงานเป็นการ เห่าเสร็จก็จะจิบน้ำชาแก้คอแห้ง แล้วนอนพักผ่อนต่อไปอย่างเคร่งครัด (ตามคำบอกเล่าของคุณบก.ข่าว) ซึ่งถ้าเปรียบแล้วก็คือเห่าแบบพาร์ทไทม์น่ะค่ะ  

       ต่อจากบ้านบก.ข่าวแล้วเดินข้ามซอยไปอีกฝั่งคือบ้านของคุณไฮยีน่าซึ่งจะอยู่ในระดับทิศทางที่ตรงข้ามกับบ้านผู้เขียนเลย มีเพียงซอยเล็กๆเท่านั้นที่กั้นเขตแดนกัน( บ้านนี้แหละที่เป็นคู่กรณีสำคัญกับบ้านผู้เขียน) คุณไฮยีน่าเลี้ยงหมาสองตัว เป็นหมาพันธุ์ผสมหลายตระกูลจนดูไม่ออกว่าเป็นพันธุ์อะไร แต่สรุปได้ว่าเป็นหมาจริงๆก็แล้วกัน ตัวขนาดกลาง ชอบเห่าในสไตล์แบบที่เรียกว่า”เห่าแบบลอดช่องรวมมิตร” คือถ้านึกอะไรขึ้นมาได้ก็จะเห่า ถ้านึกไม่ออกก็ลืมเห่า และเสียงเห่าจะออกทุ้มๆลุ่มลึก แบบหวานๆ เหมือนลอดช่องน้ำกะทิที่ใส่น้ำแข็งเย็นๆหวานๆ เค้าคงอยากจะเห่าเหมือนกันค่ะ แต่ยังอายระดับเสียงที่จะสู้กับหมาบ้านอื่นๆไม่ได้ แต่ก็ร่วมสังสรรค์กับวงการเห่าของหมาเพื่อนบ้านประจำ คือถ้าหมาบ้านไหนเขาเริ่มเห่า หมาบ้านคุณไฮยีน่าจะเห่าตอบรับทันทีอย่างมีมารยาท  ดูเหมือนคุณไฮยีน่าดูท่าทางจะไม่ค่อยแคร์หมาของแกสักเท่าไหร่  ถ้าจะสรุปง่ายๆแบบเดาสุ่มจากพฤติกรรมที่เห็นก็คือ แกเป็นคนไม่ชอบสัตว์เลี้ยงเลยก็ว่าได้ แต่จำเป็นต้องเลี้ยงเพราะสามีแกชอบ ซึ่งสามีของไฮยีท่าทางรักสัตว์เลี้ยงทั่วไป เพราะตอนย้ายมาอยู่ใหม่ๆ ผู้เขียนเคยแอบเห็นสามีของไฮยีน่ามาทำความรู้จักกับเจ้าหมาสองตัวของผู้เขียนที่ข้างรั้ว ด้วยการแนะนำตัวก่อนว่าชื่ออะไร แล้วยื่นกระดูกขนมปังให้เจ้าหญิงและเจ้าส้มตำตัวละอัน หลังจากการเชื่อมไมตรีและสัมพันธภาพวันนั้นแล้ว เจ้าหญิงและส้มตำก็จะยกเว้นการเห่าใส่สามีของไฮยีน่า แต่ไม่ยกเว้นคุณไฮยีน่า ซึ่งถ้าเจ้าสองตัวเห็นหน้าบูดๆบึ้งๆของคุณไฮยีน่าซึ่งออกมายืนแหลมใกล้ๆรั้วบ้านผู้เขียนเมื่อไหร่ล่ะก็ ทั้งสองจะร่วมแรงแข็งขันประจันบานรัวการเห่าใส่แบบเอ็มสิบหกเลยล่ะค่ะ

เอาไว้ผู้เขียนจะกลับมาเล่าเรื่องของไฮยีน่าต่อใน”บ้านใกล้เรือนเคียง บทที่สอง” โปรดอดใจรอนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

July 2011
S M T W T F S
« Jun   Aug »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: