On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

กรอกข้อความ

         เชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่าน(หรือเกือบทุกท่าน) เคยกรอกข้อความในเอกสารต่างๆมาแล้วนะคะ  เช่นใบสมัครงาน,ใบสมัครเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาต่างๆ, ใบขอวีซ่าต่างๆให้บุคคลในครอบครัวและอื่นๆอีกมากมายที่ไม่สามารถจาระนัยกันได้หมด (ถ้าจะให้หมดก็ต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องนี้เป็น”รายชื่อแบบฟอร์มทุกชนิด”) บางท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วมันยากอะไรตรงไหน? กะอีแค่เขียนกรอกข้อความ ที่เขาถามมาในเอกสาร ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ยากหรอกค่ะ แต่ว่าเท่าที่ผู้เขียนสังเกตมาเป็นเวลานานหลายปี ก็เห็นว่าการกรอกข้อความต่างๆในสมัยนี้นั้นจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้คำถามไปมากกว่าเดิมค่ะ 

          เพราะเดิมทีมักจะเป็นคำถามแบบพอสังเขปและเท่าที่จำเป็นเช่นวัน,เดือน,ปีเกิด รวมทั้งอายุ ซึ่งตรงนี้ผู้เขียนเคยสงสัยว่าทำไมคนถามบวกลบเลขเองไม่ได้หรือ? ในเมื่อรู้ปีเกิดแล้ว หรือว่าเขาต้องการทบทวนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานสมัยประถมหนึ่งไปด้วย?เพื่อพิจารณาคะแนนพิเศษเพิ่ม นอกจากนี้ก็จะถามเกี่ยวกับที่อยู่ปัจจุบัน(ในชาตินี้เท่านั้น) และคำถามอื่นๆอีกไม่กี่หัวข้อที่เกี่ยวกับความเป็นมาของผู้สมัครหรือผู้ยื่นขอ แต่สมัยนี้ท่านผู้อ่านลองกลับไปพิจารณาดูนะคะว่าคำถามในแบบฟอร์มปัจุบันนั้นถามกันอย่างละเอียดละออถึงกึ๋นเพียงใด? บางแบบฟอร์มก็ถามกันแบบล้วงลึกสุดใต้ของใต้มหาสมุทรกันเลย จนคนถูกถามอยากถามกลับไปบ้างว่า 

    “แล้วข้อมูลนี้มันเกี่ยวอะไรกับชาติที่แล้วของคนถามหรือ? ถึงอยากรู้อยากเห็นซะจริงเชียว?”

          แหม! ถามกันอย่างกับเป็นทนายของโจทย์ที่พยายามต้อนจำเลยให้จนมุมงั้นแหละ ยกตัวอย่างง่ายๆเลย เช่น…ใบสมัครงานนี่แหละค่ะ ซึ่งนับตั้งแต่ผู้เขียนมาอยู่อเมริกาก็พอจะมีประสพการณ์การเขียนกรอกข้อความในใบสมัครงานให้ตัวเองและช่วยเขียนให้เพื่อนๆรวมทั้งคนที่รู้จักกันมานั้น ก็มากพอที่จะรวบรวมข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังได้ ซึ่งตอนแรกๆผู้เขียนก็ไม่ได้สงสัยหรือข้องใจอะไรนักหนา เขาถามมาก็เขียนตอบไปตามความเป็นจริงหรือตามข้อมูลที่มีอยู่  แต่พอเขาเริ่มมีคำถามมากข้อ,จำนวนหน้ากระดาษมากแผ่น, และลักษณะคำถามซอกแซกมากขึ้น ผู้เขียนเลยเกิดความสงสัยกลับไปบ้างเหมือนกัน คือแบบเขาสงสัยเราและเราสงสัยเขาสงสัยกันไปสงสัยกันมาเลยเกิดเป็นต้นฉบับส่งมาให้อ่านนี่แหละค่ะ 

           ส่วนมากแบบฟอร์มสมัครงานทั้งหลายจะมีเนื้อที่ให้ตอบในช่องของข้อความแต่ละช่องขนาดประมาณมดยืนเข้าแถวได้ไม่เกินสามตัว ในขณะที่คำถามนั้นต้องการจะรู้ข้อมูลหรือรายละเอียดให้มากที่สุด คนไหนที่เขียนหนังสือตัวโตๆพอจะเริ่มตอบคำแรกก็หมดเนื้อที่แล้ว ครั้นจะไม่ตอบ เดี๋ยวก็จะถูกกล่าวหาว่าพยายามปิดบังข้อมูล หรือมีอะไรที่ซ่อนเร้นแอบแฝง ก็เลยจะถูกสงสัยมากขึ้นทวีคูณ ครั้นจะตอบก็ไม่มีเนื้อที่พอจะบรรจุคำตอบทั้งหมด พออ่านคำถามมากเข้าก็เกิดความงุนงงปนความหงุดหงิดในความงี่เง่าของคำถาม จนอยากจะเฉาะเจาะกระโหลกของคนต้นแบบที่ตั้งคำถามเหล่านี้จริงๆเลยค่ะช่างคิดช่างสรรหาคำถามมาถามได้อย่างซอกแซกดีจังเลยชียว

             บางคำถามยังอยากรู้อีกว่า…

          “เมื่อสิบปีที่แล้วคุณไปอยู่ที่ไหนมาบ้าง?  ให้เขียนรายชื่อและที่อยู่ทั้งหมดมาด้วย หรือถ้าเคยทำงานอะไรมาก็ต้องมีชื่อที่อยู่เบอร์โทรของนายจ้างนั้นๆ” ยังดีนะคะที่เขาไม่ได้ถามว่า 

      “ในกรณีที่นายจ้างบางคนไปเกิดใหม่แล้วให้บอกด้วยว่าจะติดต่อชาติใหม่ของนายจ้างได้ที่ไหนบ้าง? แต่บางทีไม่แน่นะคะต่อไปเขาอาจจะมีคำถามว่า”เมื่อสิบชาติที่แล้วท่านเกิดเป็นอะไรมาบ้าง? ให้อธิบายมาอย่างละเอียดรวมทั้งที่อยู่ของบุคคลที่ท่านเกิดร่วมในชาตินั้นๆด้วย”

         นอกจากนี้ยังมีบางแบบฟอร์มที่ถามเกี่ยวกับรายได้หรือเงินเดือนเดิมที่เคยได้รับด้วยว่าได้ชั่วโมงหรือเดือนละเท่าไหร่? แหม!ทำไมถึงจำเป็นต้องรู้กันขนาดนั้นนะ  ซึ่งถ้าเปลี่ยนจากคำถามนี้เป็นว่า  ท่านเคยติดหนี้ติดสินหรือค้างชำระใครที่ไหนบ้าง กรุณาตอบมาทั้งหมดอย่าปิดบัง  ทางเรายินดีจะช่วยชำระหนี้ทั้งหมดให้ท่าน” เออ!แบบนี้สิ จะเต็มใจเขียนตอบให้ละเอียดยิบเชียว แต่นี่อะไร้! ถามมาแต่ละอย่างมันช่างเร้าใจให้คนตอบอยากจะตะปบปากคนถามไว้ในอุ้งมือแมวจริงๆ ถามกันได้ถามกันดี ถ้าตอบแล้วได้เข้าทำงานหรือว่าได้ในสิ่งที่ขอก็น่ารีบตอบล่ะค่ะ แต่ถ้าตอบแล้วไม่ได้งานหรือว่าไม่ได้รับการอนุมัติล่ะ? ไอ้ข้อมูลที่บรรจงเขียนตอบแทบเป็นแทบตายนั้นก็กลายเป็นเศษกระดาษในถังขยะอย่างไร้ค่าไปเลยทันที เสียเวลาอันมีค่าอีกต่างหากด้วย

         อยากรู้จังว่าไอ้ที่เขาตั้งคำถามต่างๆมาให้กรอกคำตอบนั้น เขาจะเอาไปทำการวิจัยแพร่พันธุ์อะไรหรือคะ? หรือว่าจะเอาไปพิมพ์ชีวประวัติเพื่อให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกยุคดิจิตอล ถึงต้องถามกันอย่างมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังอย่างนั้นน่ะค่ะ?  และอยากจะขอเรียนถามกลับไปยังคนถาม บ้างว่าเคยมีประสพการณ์แบบนี้บ้างไหมคะ? คือแบบว่าเวลาที่นั่งออกแบบฟอร์มคำถามอยู่ดีๆก็วูบไปเลย แล้วค้นพบตัวเองอีกทีในชาติหน้าน่ะค่ะ? อันนี้เป็นคำถามที่รับฝากมาจากผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม แต่ประสงค์จะจองเวรจองกรรมกับคนที่ตั้งคำถามในแบบฟอร์มต่างๆค่ะ.

     

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

September 2011
S M T W T F S
« Aug   Oct »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: