On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

“โรคภูมิแพ้แบบเทียมๆ ตอนที่๑”

                                                   

                               ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งขมวดคิ้วย่นอย่างนั้นสิคะ เปล่าค่ะ!เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพแต่อย่างใด เพราะโรคภูมิแพ้ที่จะเขียนถึงต่อไปนี้เป็นโรคที่น่าสนใจอย่างยิ่งโรคหนึ่ง คือมีอาการประหลาดกว่าโรคภูมิแพ้ตัวจริง เป็นโรคที่วงการแพทย์ทั้งหลายยังต้องเกาศรีษะแกรกๆด้วยสองสาเหตุสำคัญคือหนึ่ง ด้วยความรำคาญขี้รังแคเพราะลืมสระผม และสอง ด้วยความงุนงงกับสาเหตุของโรคนี้ว่าทำไมอาการของโรคจึงกำเริบไม่เป็นเวลาและรักษาเท่าไรก็ไม่มีทางหายสักที? อาการที่สังเกตได้จะแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยและบุคคลิกของแต่ละคน โดยสามารถแยกแยะออกได้ดังนี้

                                ลักษณะแรกมักจะเกิดขึ้นกับคนที่รู้มาก โดยเฉพาะรู้วิธีการหลบหลีกที่จะลงแรงของตัวเองในการทำงานเป็นหมู่คณะ เพราะเจ้าตัวมักจะเกิดอาการปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอกทันทีที่รู้ว่ามีงานประเภทออกแรง เช่นถ้าขอให้ช่วยกันจัดสถานที่เพื่อร่วมจัดงานสังสรรค์อะไรสักอย่าง คนที่เป็นโรคภูมิแพ้เทียมจะเริ่มมีอาการปวดหัวตัวร้อนจี๋ขึ้นมาทันที แถมต้องบ่นดังๆซ้ำๆซากๆให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงอาการดังกล่าวด้วย โดยไม่มีเจตนาที่จะเอาเปรียบเพื่อนๆ (เพียงแต่ตั้งใจจะหลบเลี่ยงเท่านั้น) พอมีเพื่อนคนไหนสักคนที่มีจิตใจอ่อนขี้สงสารคนบอกให้ไปนั่งพัก เท่านั้นเองอาการที่ว่าปวดโน่นปวดนี่ตามร่างกายก็เกือบจะหายเป็นปกติทันที เพราะเห็นนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือนิยายรักหวานแหววอย่างสบายอารมณ์ ถ้างานส่วนรวมยังไม่เสร็จ อาการปวดก็จะยังคงเป็นๆหายๆอยู่อย่างนั้น พองานเสร็จกะว่าไม่มีการออกแรงอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว อาการภูมิแพ้เทียมจะหายเป็นปลิดทิ้ง ลุกขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาได้อย่างสนุกสนาน แต่พอถึงเวลางานใกล้ๆเลิกและมีการร่วมแรงช่วยเก็บข้าวของต่างๆอีกครั้ง อาการปวดเมื่อยต่างๆของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดนี้จะเริ่มสำแดงฤทธิ์อีก

                                    จึงขอแนะนำว่าโรคภูมิแพ้ชนิดนี้ควรได้รับการรักษาด้วยการไปยืมกระบองจากยามรักษาการณ์ที่ไหนสักแห่ง มาฟาดกลางหลังผู้ป่วยโรคนี้สักเปรี้ยงสองเปรี้ยง จะช่วยให้บริเวณที่ปวดหายเป็นปลิดทิ้งค่ะ

                               ลักษณะที่สองมักจะเกิดอาการปวดท้องเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงิน แต่ตอนที่สั่งอาหารหรือตอนที่รับประทานอาหารนั้นจะรีบเขมือบ เอ๊ย!จะเจริญอาหารอย่างมาก พูดคุยหัวเราะต่อกระซิกดังกว่าใครๆในกลุ่ม แต่พอถึงเวลาเช็คบิลต้องลงเงินลงขันช่วยกันจ่ายทีไร จะมีอาการงุนงง นิ่งเงียบขรึมด้วยท่าทางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดทุกที แล้วจะรีบขอตัวไปทำธุระในห้องน้ำบ้างล่ะ หรือไม่ก็ขอออกไปโทรศัพท์ถึงที่บ้านบ้างล่ะ จะกลับมาที่โต๊ะอีกทีก็ต่อเมื่อเขาเช็คบิลเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็จะรีบออกตัวทันทีว่า

                           “แหม! ทำไมรีบจ่ายกันล่ะ? น่าจะรอพี่ด้วย รู้ไหม? พี่ตั้งใจจะพาทุกคนมาเลี้ยงนะเนี่ย”     

 พอดีมีใครคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นว่า  “ไม่เป็นไรค่ะพี่ขา เดี๋ยวพี่ช่วยออกค่าแท๊กซี่ก็ได้นี่คะ คงไม่เท่าไหร่หรอกนะคะ”                      

เท่านั้นเองคนที่เป็นโรคภูมิแพ้แบบเทียมๆก็รีบละล่ำละลักเสียงสั่นๆว่า…

     “อุ๊ยต๊าย! พี่ลืมแลกเงินย่อยมาซะด้วยสิ มีแต่แบงค์ห้าร้อยทั้งนั้นเลย เดี๋ยวคนขับแท๊กซี่เขาไม่มีเงินทอน เอางี้ก็แล้วกัน ใครสักคนช่วยออกไปก่อนนะ แล้วพี่จะจ่ายคืนทีหลังค่ะ” (คงเป็นชาติหน้าตอนเที่ยงคืนมั้ง!)

                      อาการแบบนี้วิธีที่น่าจะให้การรักษาได้ดีที่สุดคือเวลาจะพาออกไหน เมื่อถึงเวลาที่ต้องกิน ควรจะสั่งเพียงน้ำแข็งเปล่าหนึ่งแก้ว แล้วใส่หลอดดูดให้ครบตามจำนวนคนที่ไปด้วย อย่าเปิดโอกาสให้คนที่มีอาการภูมิแพ้เทียมนี้ได้สั่งอาหารด้วยตัวเองเด็ดขาด ไม่ควรพาออกไปไหนเกินห้ากิโลเมตร แต่ถ้าจำเป็นต้องไปไกล ควรใช้จักรยานที่มีตะแกรงท้ายสำหรับนั่งเท่านั้น เพื่อผลัดกันปั่นไปและปั่นกลับ อย่าพยายามใช้บริการแท๊กซี่เป็นอันขาด เพราะกี่เดือนกี่ปีคนประเภทนี้จะไม่เคยมีเงินแบงค์ย่อยช่วยจ่ายค่ารถเลย ต่อให้ทั้งชาตินี้อีกด้วยค่ะ

                    ลักษณะที่สามคือมักเกิดอาการแพ้กลิ่นกระเทียมหรือกลิ่นอาหารอื่นๆสารพัด จะพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าครัวปรุงอาหาร แต่แปลกเหลือเกินเมื่อเวลาอาหารเสร็จ พร้อมเสริฟแล้ว คนพวกนี้จะลืมอาการแพ้กลิ่นต่างๆไปชั่วขณะหนึ่ง จะรีบตักแต่อาหารชิ้นใหญ่ๆดีๆ เช่นถ้ามีต้มยำกุ้งก็จะรีบตักกุ้งตัวใหญ่ๆใส่จานตัวเองก่อนใครๆ ราวกับว่าถ้าช้าไปนิด กุ้งทั้งหลายอาจจะกระโดดกลับทะเลก็ได้ แต่ตอนที่ยังไม่เป็นต้มยำกุ้ง เห็นบอกว่าแพ้กลิ่นคาวทะเลจากตัวกุ้งบ้างล่ะ แพ้กลิ่นมะกรูดบ้างล่ะ กลิ่นตะไคร้ทำให้เวียนศรีษะบ้างล่ะ แต่พอเป็นต้มยำกุ้งออกมา เห็นนั่งซดโฮกๆหน้าตาเฉยเลย จากนั้นสายตาก็จะรีบกวาดอย่างว่องไวมองไปทั่วโต๊ะอาหารและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา จะรีบตักเฉพาะอาหารดีๆที่ตัวเองชอบมาสะสมไว้ในจานด้วยความรวดเร็วและชำนาญ กระพุ้งแก้มสองข้างโป่งพองเหมือนมีลูกโป่งอยู่ในนั้น เพราะมีกุ้งสะสมไว้ไม่ต่ำกว่าห้าหรือหกตัว เหมือนแก้มกระรอกที่สะสมอาหารตามรายทางก่อนกลับถึงรัง 

                    อาการภูมิแพ้แบบนี้วิธีรักษาพยาบาลเบื้องต้นนั้นไม่ยากค่ะ ถ้ามีคนพวกนี้มารับประมานอาหารด้วย ควรจัดสำรับพิเศษอีกชุดซึ่งมีสีสรรของอาหารสะดุดตาน่ารับประทานกว่าของคนอื่นๆ (เพื่อความตายใจซะก่อน) จากนั้นผสมยาระบายหรือยาถ่ายชนิดใดก็ได้ในอาหารชุดนั้นด้วยอัตราส่วนที่เหมาะสม หรือเกินความเหมาะสมก็ยิ่งดี จุดประสงค์ก็คือจะช่วยให้คนที่เป็นภูมิแพ้เทียมกินง่ายๆถ่ายคล่องๆไงคะ คือกินไป วิ่งเข้าส้วมไปด้วย ผู้ปรุงอาหารจะได้รับผลบุญอย่างมหาศาลที่ช่วยให้คนพวกนี้หายจากโรคภูมิแพ้เทียมโดยเร็ววัน

                   ทั้งหมดนี้เป็นเพียงอาการของโรคภูมิแพ้เทียมแบบธรรมดาทั่วไปนะคะ ยังมีอาการอื่นๆอีกมากมายที่อยากจะนำมาวิเคราะห์และวิจัยให้ละเอียดกว่านี้ เอาไว้ฤกษ์ยามงามดีกว่านี้ จะเขียนต่อภาคสองค่ะ

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

September 2011
S M T W T F S
« Aug   Oct »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: