On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

ไม้ประดับสถานที่

                                มารยาทการเชิญแขกมาในงานเลี้ยงไม่ว่าเลี้ยงอะไรก็ตาม เมื่อเชิญเขามาแล้วหน้าที่ของเจ้าภาพควรจะต้องเอาใจใส่แขกที่เราเชิญมาให้ได้รับความสุขสบายใจเท่าที่ทำได้ และควรปฏิบัติต่อแขกเท่าเทียมกันทุกคนโดยต้องไม่คำนึงถึงว่ากระเป๋าเงินแขกคนไหนมีน้ำหนักกว่ากัน  เพราะอย่าลืมว่าการที่แขกทุกคนเขาสละเวลาอันมีค่าของเขามาเพื่อเรานั้น เป็นการให้ความสำคัญและความหมายงานของเราอย่างยิ่ง การพูดคุยต้อนรับก็ควรให้กระจายทั่วถึงทุกคน ไม่ใช่สนิทกับคนไหนเป็นพิเศษ ก็พูดคุยแต่กับคนนั้นตลอดจนกระทั่งเลิกงาน ส่วนคนที่ไม่สนิทด้วยหรือแค่คุ้นเคยกันนิดหน่อย กลับปล่อยให้เขายืนตบยุง ตบแมลงวันแผละๆแก้เก้อเขินในระหว่างรอร่วมรับประทานอาหาร  หรือปล่อยให้เขายืนเกะๆกะๆเป็นกระถางธูป กระถางต้นไม้ประดับในงาน เพียงเพราะเจ้าภาพอยากอวดใครต่อใครว่างานเลี้ยงของฉันมีแขกเหรื่อมากันเยอะเชียวนะ ถ้าอยากอวดเพียงแค่นั้น ขอแนะนำว่าไปจัดงานตามร้านอาหารบุฟเฟ่ดีกว่าค่ะ เพราะมีผู้คนมาเข้าฉากเยอะดี อย่าจัดที่บ้านเลย เสียเวลาล้างถ้วยล้างชามด้วยค่ะ

                                 มีเพื่อนฝรั่งหลายคนสงสัยนักหนาว่าทำไม ผู้เขียนจึงมักพยายามหลีกเลี่ยงไม่เป็นแขกรับเชิญของใครง่ายๆ ขนาดดาราฮอลลี่วู้ดคนดังๆเขายังรับเชิญง่ายกว่านี้ จะเล่นตัวมากไปเกินหรือเปล่าเนี่ย? หรือต้องมีค่ารับเชิญด้วยถึงจะไป? โห…ดูถามเข้านั่น ช่างประชดประชันกันดีเหลือเกินแม่คุณ แม่มหาจำเริญตาสีน้ำข้าว…. เปล่านะคะเปล่าเลย…แต่จะให้พูดความจริงก็ได้นะ คือว่าผู้เขียนเข็ดเขี้ยวกับงานเลี้ยงของฝรั่งน่ะค่ะ…ประสพการณ์ที่เคยเป็นกระถางต้นไม้ประดับงานเลี้ยงในช่วงที่มาอเมริกาใหม่ๆนั้น ยังเป็นความทรงจำที่ไม่เคยลบเลือน..จำได้แม่นยำเลย…ยกตัวอย่างมีอยู่งานหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนเข็ดเขี้ยวมาจนบัดนี้ ….

                               วันนั้นอุส่าห์ใช้เวลาเตรียมตัวรีดผ้าอาบน้ำสระผมอย่างสะอาดเอี่ยม ลงทุน(ค่าโลม้วนผม)ม้วนตรงผมม้าล่วงหน้าก่อนงานหนึ่งวัน ผมม้าจะได้เกาะตัวดูเข้าท่าหน่อย   ใส่แป้งซะหอมกรุ่นจนเกือบหมดกระป๋อง รองเท้าขัดมันเป็นเงาวาบๆจนมองแล้วแสบตา และกะเวลาอย่างพิถีพิถันคือไม่ไปถึงก่อนเวลาจนน่าเกลียด และไม่ไปถึงล่าช้าจนน่าหมั่นไส้ แถมแอบไปดูลาดเลาของสถานที่ก่อนด้วย เพื่อกะเวลาให้เหมาะสมที่สุด แต่พอไปถึง เจ้าภาพยืนอยู่ตรงไหนก็ไม่ทราบ ใครเป็นใครเราก็ไม่รู้จัก จะถามจะทักใครก็ไม่สะดวก แถมส่งรอยยิ้มที่คิดว่าดูเก๋ที่สุดในชีวิตแล้ว เพื่อไปทำความรู้จักก่อน ผู้คนเหล่านั้นกลับส่งสายตามองตอบกลับมาราวกับเห็นตัวประหลาดที่เพิ่งลงจากจานบินนอกโลกยังงั้นแหละ  จ้องมอง… จ้องจนผู้เขียนเริ่มสงสัยตัวเองเหมือนกัน  อาทิเช่น…เอ๊ะ!ซิปกระโปรงที่เราใส่ รูดเรียบร้อยดีหรือเปล่า(วะ)?  ใจชักเริ่มพะวักพะวงล่ะสิ แต่อีกใจคิดว่า…เอ.. หรือว่าวันนี้หน้าของเราเหมือนดาราฮอลลี่วู้ดคนไหนน่ะเนี่ย? เฮ้ย..ไม่หรอกน่าอย่าเพ้อเจ้อฝันไปเลยยัยหน้าแหลม…เราเป็นตัวเราน่ะดีแล้ว ..      

                               เอาล่ะสิ…จะหันหลังกลับก็ใช่ที่  เพราะยังไม่เห็นหน้าเจ้าภาพงานเลย จะเดินไปหยิบอาหารว่างแก้เขิน ก็ไม่รู้จะเอาไปนั่งทานตรงไหน เพราะทุกโต๊ะมีคนที่เขามาด้วยกันและรู้จักกัน พากันนั่งจ้อน้ำลายกระเซ็นเต็มทุกโต๊ะ โต๊ะที่มีเก้าอี้ว่างก็มีไม่กี่ตัว  ต่างคนต่างรอเจ้าภาพปรากฎตัว  ครั้นผู้เขียนจะยื่นหน้าแหลมๆแทรกเข้าไปกลางวงที่เขากำลังเม้าท์กันมันส์ๆๆในแต่ละโต๊ะรึ? ก็กลัววงแตกกระจาย…ยิ่งมีแต่พวกฝรั่งทั้งนั้น แถมเราไม่เคยรู้จักอีกต่างหาก ประเดี๋ยวก็ยิ่งจะกลายเป็นตัวตลกประหลาดๆให้เขาพากันสมเพทซะเปล่าๆ เอาไงดีวุ้ย? โอ…นั่นไงเจ้าภาพเพิ่งได้ฤกษ์ยามอุบากองออกมาแล้ว (คงจะเป็นช่วงฤษ์ของสองศูนย์เร่งยาตรา….จะมีลาภสวัสดี)  …ผู้เขียนรู้สึกมีกำลังใจกลับมากองโตเชียวล่ะ  อ้าว…แล้วกัน..คุณเธอแค่ยิ้มปากกว้างเห็นฟันครบทุกซี่(ฟันปลอมอีกต่างหาก)  โบกมือให้สามที พร้อมส่งเสียงทักทายว่า  ”ฮัลโหล! อ้อย ฉันดีใจที่เธอมา” ว่าแล้วเธอก็หันไปคุยเฉพาะกลุ่มคนสนิทๆและคนในครอบครัวของเธอ โดยไม่ได้แนะนำให้ผู้เขียนรู้จักกับใครสักคนในงานและเธอก็ไม่บอกด้วยว่าให้ไปนั่งตรงไหน หรือหยิบอะไรกินได้ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะพรรณา…รู้แต่ว่าเสียเวลาอันมีค่าอย่างที่สุด…นี่ถ้าอยู่บ้านใช้เวลานั่งจับเห็บเก็บหมัดให้น้องหมาสองตัว  ยังจะสนุกและตื่นเต้นกว่านี้เป็นไหนๆ ในเมื่อเจ้าของงานไม่มีมรรยาทให้กับผู้เขียน ก็เสียใจด้วยนะที่ไม่สามารถแปลงร่างเป็นกระถางต้นไม้ประดับงานให้ได้  ผู้เขียนเริ่มหาทางหลบกลับบ้านทันทีหลังจากที่ยืนเกะๆกะๆเกือบชั่วโมงแล้ว  ไม่ร่ำไม่ลากันล่ะ ว่าดังนั้นแล้วก็แกล้งเดินไปหาห้องน้ำก่อนแล้วก็เดินเตลิดกลับมาที่รถขับกลับบ้านทันที สาธุหมดเวรหมดกรรมกันทีเจ้าภาพงานเอ๋ย….สูเจ้าอย่าหวังอีกเลยว่าชาตินี้เราจะโผล่หน้ามาในงานเลี้ยงใดใดของเจ้าอีก…ขอสวดบังสกุลอุทิศส่วนกุศลให้เลย…สาธุ….  

                           อีกครั้งหนึ่ง….เคยเข้าห้องเรียนที่อาจารย์สอนเป็นคนต่างชาติ(ที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยของเรานัก ชาติไหนก็ช่างหัวมันหัวเผือกเถอะค่ะ) แกสอน…สอน…สอน…แต่ไม่เคยมองสบตาผู้เขียนเลยสักครั้ง ทั้งๆที่ผู้เขียนพยายามส่งสายตา..จ้องมองอาจารย์ตลอดทุกย่างก้าว  แถมยกมือค้างเติ่งกลางอากาศอยู่เป็นนาน เพื่อจะตอบคำถาม แกก็ไม่เคยเลือกให้ตอบสักที  เวลาสอนแกจะมองและพูดกับเฉพาะนักศึกษาฝรั่งที่แกโปรดปรานเท่านั้น ผู้เขียนสงสัยเหลือเกินว่าหรืออาจารย์มองไม่เห็นผู้เขียนกันแน่? เอ๊ะ!….เรากลายเป็นคนล่องหนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย? อยากทดลองดูด้วยการแลบลิ้นใส่อาจารย์สักครั้งว่าจะเห็นเราไหม? แต่ใจก็ยังห่วงเรื่องคะแนนเก็บอยู่ว่ามันจะคุ้มหรือเปล่า?  รู้สึกว่าชั่วโมงของอาจารย์ท่านนั้นยาวนานประมาณหนึ่งชาติกว่าๆ กว่าจะหมดชั่วโมงได้ ต้องนั่งนับเลขในใจถึงล้านกว่าๆโน่นแน่ะ ไม่ทราบเหมือนกันว่าอาจารย์ท่านนั้นผ่านวิชาจิตวิทยาการสอนมาได้ไง?

                          เขียนมาทั้งหมดนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เพียงแค่เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆว่าความรู้สึกของคนที่เคยเป็นไม้ประดับสถานที่นั้นเป็นเช่นไร? และนี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ผู้เขียนไม่เคยรับคำเชิญไปงานเลี้ยงของใครง่ายๆ ต่อให้เจ้าภาพเอาช้างลากซุงมาฉุดไป ก็ไม่มีทางเด็ดขาด เข็ดแย้ว..เอ๊ย!เข็ดแล้วค่ะ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาแบบขาดเยื่อใยนะคะ คือถ้าหาทางหลีกเลี่ยงหรือหาข้ออ้างได้ล่ะก็ ผู้เขียนรีบทำทันที….ขออย่างเดียวในชาตินี้…อย่าต้องให้ได้ไปยืนทรมานทรกรรมประดับงานของใครอีกก็แล้วกัน…อิอิอิ..(หัวเราะเพื่อให้ดูเก๋และทันสมัยขึ้นอีกนิด….เท่านั้นเองแหละ)ค่ะ…)

                

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

October 2011
S M T W T F S
« Sep   Nov »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: