On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

ว่าด้วยเรื่องการกิน

        การกินของคนเรามีจุดประสงค์แค่สองอย่างคืออยู่เพื่อกินและกินเพื่ออยู่ ส่วนจะกินเพื่อสุขภาพหรือกินเพื่อล้างผลาญสุขภาพนั้นก็เป็นหัวข้อแยกย่อยออกไปอีกต่างหาก แต่จะกินแบบไหนก็ตามเถอะ วิธีการก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละค่ะ คือหยิบอาหารหรือตักอาหารเข้าปาก แล้วใช้ฟันจริงหรือฟันปลอมก็ได้เคี้ยวบดอาหารในปากให้ละเอียดหรือไม่ละเอียดจะรีบกลืนพรวดพราดเข้าไปเลยเพราะกลัวเปื้อนฟันเปื้อนลิ้นก็สุดแท้แต่เจ้าประคุณท่านเถอะค่ะ พิจารณาเลือกได้ตามสิทธิ์ส่วนบุคคล เพราะตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้ว่าวิธีกินต้องมีท่าทางกินอย่างไรจึงถูกกฎหมาย ตราบใดที่คนเรายังต้องกินอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเข้าไป จะมีท่าทางกินที่ประหลาดพิกลอย่างไร กฎหมายไม่ได้ยุ่งเกี่ยวด้วย ชาวบ้านทั้งหลายก็ไม่มีสิทธิ์อะไรจะมาดุด่าว่ากล่าววิธีการกินอาหารของคุณ แต่ถ้าเขามาทำโวยวายกับเรื่องการกินของคุณล่ะก็ จงหาวิธีเลาะฟันออกจากปากของเขาได้เลยเพื่อเป็นการตอบแทนความจุ้นจ้านของเขานะคะ  

          ส่วนการกินแบบกรณีพิเศษเช่นกินบ้านกินเมือง, กินถนนเป็นสายๆ, กินดินกินทรายในการก่อสร้างอาคารต่างๆ,กินป่าไม้,กินนอกกินใน, กินตึกเป็นหลังๆ,หรือการกินอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้ใช้วิธีกินทางปากนั้น ผู้เขียนจะไม่เอามารวมกับประเด็นที่เขียนในวันนี้ เพราะวิธีการกินแบบนั้นมันมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนละเอียดอ่อนซ่อนเงื่อนไขเกินกว่าจะบรรยายได้ในพื้นที่บล๊อคนี้ ดีไม่ดีผู้เขียนอาจจะได้กินน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในซะก่อน เพราะอาจจะมีคนส่งของแข็งแบบที่ฟันเคี้ยวไม่ได้มาให้กิน เนื่องจากดันไปรู้รายละเอียดในการกินของเขาทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองน่ะค่ะ แต่อย่าลืมนะว่าความคิดของคนเรามันมีอิสระนะท่านเจ้าขา ก็เลยคิดไปเล่นๆ เพื่อเอามาเขียนเรื่อยๆ ถึงเมื่อยก็ไม่หยุดเขียน เพราะรักที่จะเขียนอยู่แล้ว แถมพาลเกลียดงานอื่นๆที่เข้ามาขัดจังหวะตอนเขียนอีกด้วยนะ   อ้าว!เตลิดไปตามลมบนค่ะ เกือบหาที่ลงไม่ได้…อิอิอิ

           กลับมาพูดถึงเรื่องกินอย่างไรถึงให้ดูดี มีชีวิตอยู่นานๆ? กินอย่างนี้หรือกินอย่างนั้น หรือกินอย่างโน้นถึงจะได้คุณค่าอาหารครบหมู่และวิตามินต่างๆ ตั้งแต่วิตามินAจนถึงXYZ ตลอดไปจนกระทั่งวิตามินก.ไก่ถึงฮ.นกฮูก คำถามนี้ต้องถามนักโภชนาการค่ะ เพราะผู้เขียนไม่มีความถนัดหรือชำนาญเรื่องนี้แบบเจาะลึกถึงกึ๋น อีกอย่างตอนเป็นนักเรียนก็มักชอบนั่งสมาธิเป็นประจำในชั่วโมงสุขศึกษาและโภชนาหารภาคทฤษฎี อาจารย์ที่สอนท่านจึงเมตตาประจำด้วยการหยิกให้ผู้เขียนตื่นจากสมาธิที่ผิดเวลาและสถานที่ พอเข้าภาคปฏิบัติผู้เขียนก็เปลี่ยนสูตรของอาจารย์จากขนมบัวลอยเผือกธรรมดา เป็นบัวลอยเผือกใส่น้ำปลาเพราะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาเถียงกับเพื่อนในกลุ่มด้วยความมันส์ในอารมณ์ เลยเผลอหยิบน้ำปลาใส่แทนน้ำตาล เคราะห์ดีที่อาจารย์ไม่หวดด้วยด้ามตะหลิวก็นับว่าเป็นบุญแล้ว  ฉะนั้นเรื่องอาหารการกินผู้เขียนจึงเป็นคนที่ไม่ค่อยจะพิถีพิถันและไม่ชอบมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ไม่ชอบเสียเวลาประดิษฐ์ประดอยแกะสลักผักหรือผลไม้ เนื่องจากเสียดายเนื้อผักเนื้อผลไม้ที่ต้องถูกแกะทิ้งไปเปล่าๆ แล้วไอ้ที่แกะไว้นั้นก็ต้องกินเข้าปากอยู่แล้ว ไงๆมันต้องถูกเคี้ยวในปากอยู่ดี คงไม่เหลือรูปรอยที่แกะสลักไว้อย่างสวยงามจนถึงปลายลำไส้ใหญ่หรอกค่ะ

           ผู้เขียนมีคติประจำใจเรื่องกินว่า”กินเพื่อมีชีวิตอยู่ และอยู่เพื่อทำมาหากิน” ต้องกินอยู่แบบง่ายๆถ่ายคล่องๆ กินในสิ่งที่มีให้กิน กินให้พอเหมาะกับรายรับรายจ่ายที่หามาได้ ไม่ใช่ขนขวายหาแต่สิ่งราคาแพงๆและกินแต่ของที่หายากๆเพื่อผลาญเงินแบบวอดวายไร้เหตุผล อย่าเป็นคนที่กินยากและอยู่ยากให้คนใกล้ชิดรำคาญใจ จะไปไหนมาไหนกว่าจะกินอะไรได้สักอย่างต้องทั้งติ ทั้งตัดพ้อต่อว่าคนที่หามาให้กินอีก ระวังนะหากมีใครเขาหมั่นไส้ขึ้นมาก็อาจจะอดกินเพราะปากไม่สามารถเปิดรับอาหารได้ เนื่องจากอาจจะมีของแข็งมากระทบปากอย่างแรงในฐานะที่เป็นคนเรื่องมากพิธีเยอะในการกิน

              การกินเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งที่ดีมากค่ะ ถ้าเรารู้ว่าอะไรที่กินเข้าไปแล้วจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง จะช่วยทะนุถนอมให้ร่างกายของเรามีความสมบูรณ์แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย คนเราถ้ามีสุขภาพดีซะอย่างถือเป็นลาภอันประเสริฐสุดแล้ว

                มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งปกติเธอจะไม่ใช่คนชอบกินแบบจุบจิบ กินน้อยมากคล้ายๆจะกินวิญญาณอาหารมากกว่าอาหารจริง บางครั้งนั่งมองอาหารราวกับจะดูดความอร่อยให้หมดด้วยสายตาก่อน แล้วจึงค่อยๆบรรจงตักอาหารทีละครึ่งช้อนใส่ปากเคี้ยวช้าๆเหมือนกลัวอาหารเจ็บด้วยแรงขบเคี้ยวของฟัน แต่แปลกนะคะพอวันไหนที่เธอเกิดกลุ้มใจอะไรขึ้นมาอากัปกิริยาการกินอาหารของเธอจะเปลี่ยนราวกับหน้ามือเป็นหลังมือทันที ยิ่งกลุ้มยิ่งกิน ยิ่งกินยิ่งมัน ยิ่งกินกันแบบสุดเหวี่ยง โชคดีที่เธอไม่ใช่คนชอบดื่มเหล้า ไม่เช่นนั้นบริษัทขายเหล้าทั้งหลายคงเหมาขายให้เธอผู้เดียว เคยถามเพื่อนว่าทำไมต้องกินหนักๆเวลาที่กลุ้ม ถ้าไม่กลุ้มกินแล้วไม่อร่อยใช่ไหม?  เธอตอบว่า”กินเพื่อความสะใจ(ว่ะ)” เอ้า!ขอประกาศให้ร้านอาหารทั้งหลายรับทราบนะคะจะได้ขายอาหารให้เพื่อนผู้เขียนคนนี้กินเพื่อความสะใจแบบทะลักกระเพาะไปเลย เพราะเธอจะนั่งจมเก้าอี้ตั้งแต่ร้านเปิดจนร้านปิด แถมโทรหาใครต่อใครให้มาช่วยนั่งกินฟรีอีกต่างหาก แต่พอความกลุ้มหายไป เธอจะมีอาการใหม่เข้ามาแทนนั่นคืออาการหน้าแห้งแบบจืดสนิท เพราะติดหนี้ไว้ตามร้านอาหารจนเงินเดือนติดลบไปหลายเดือน

                 เขียนเรื่อยเปื่อยมาจนถึงบรรทัดนี้ก็เพื่อจะบอกท่านผู้อ่านว่าถ้าท่านอยากกินอะไรหรือชอบอะไรก็จงกินจงทำไปเถิดตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ขอเพียงแค่ให้หยุดคิดสักนิดหนึ่งว่าเราจะกินเพื่อมีชีวิตอยู่หรืออยู่เพื่อกินอย่างเดียว? จะกินเพื่อสุขภาพหรือกินเพื่อทำลายสุขภาพ? จะกินเพื่อแค่อิ่มท้องหรือกินให้ทะลักออกนอกกระเพาะเพื่อความสะใจที่จะประชดชีวิตใครสักคน? จะกินอย่างไรให้มีความสุขและไร้ความทุกข์ในการทำมาหากิน? ที่สำคัญขอร้องนะคะว่าอย่ากินทิ้งกินขว้าง เพราะในโลกนี้ยังมีคนยากจนอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเลือกว่าจะกินอะไรหรือกินแบบไหน เพราะเขาแทบไม่มีจะกินค่ะ

                                                               

                                           © รุ่งอรุณ ผลินธร 2017 

       ………………………………………………………………….

(Image credit : Pixabay   Thank you very much)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

August 2017
S M T W T F S
« Jul   Sep »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: