On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

ชีวิตชีวาแห่งธรรมชาติ

เดือนมิถุนายน…แล้วนะ

แสงแดดแรงกล้าสาดส่องประกายระยับกระทบผิวน้ำในทะเลสาป ดูราวกับมีใครสักคนกำลังโปรยเกล็ดทองคำประดับให้พื้นน้ำใสๆนั้นให้เปล่งประกายแวววาวอย่างน่าตื่นตา เป็ดป่า ห่านป่า หลายกลุ่มบ้างก็พาครอบครอบครัวของมันพักผ่อนใต้ร่มไม้ บ้างก็เดินเรียงกันไปตามพื้นดินริมถนนเล็กๆที่ทำไว้สำหรับคนเดินและขี่จักรยาน นกนานาชนิดขับขานเสียงใสๆตามยอดไม้ใหญ่ บ้างก็โผจากยอดไม้ลงมาจิกหาตัวหนอนตามพื้นดิน บ้างเกาะตามกิ่งไม้และพุ่มไม้ ธรรมชาติช่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวาร่าเริงแจ่มใสน่าสนุกสนานยิ่งนักในเดือนนี้…

 

ผู้เขียนชอบใช้เวลาว่างๆมานั่งเล่นคนเดียวท่ามกลางธรรมชาติเหล่านี้ เพื่อดื่มด่ำความงามความสดชื่นอย่างเต็มที่ เป็นพลังแห่งธรรมชาติที่สามารถหาได้ฟรีตลอดเวลา การเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาตินั้น ต้องใช้เวลา ใช้ความสังเกตและต้องสัมผัสเองให้มากที่สุด จึงจะสามารถสะสมประสพการณ์ทุกอย่างจากธรรมชาติได้อย่างชำนาญ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ชนเผ่าอินเดียนแดงทั้งหลายในสมัยก่อนที่คนขาวจะเข้าครอบครองแผ่นดินอเมริกานั้น พวกเขาจะชำนาญในการฟังสำเนียงเสียงสัตว์ป่าต่างๆได้อย่างแม่นยำ รู้ทิศทางของลมพัด เข้าใจถึงความลึกลับและมหัศจรรย์ของธรรมชาติทั้งหลาย แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ให้ความเคารพนอบน้อมต่อธรรมชาติ ดุจศิษย์เคารพครูบาอาจารย์

 

ธรรมชาติช่างยิ่งใหญ่นัก.. ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของธรรมชาตินี้ มีทั้งการโอบกอดที่อบอุ่นทะนุถนอมในยามที่สงบเงียบ และการผลักโยนที่รุนแรงในยามที่กราดเกรี้ยว แต่ไม่ว่าอย่างไร ธรรมชาติก็เป็นผู้ให้ และเป็นผู้เลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกใบนี้มาตั้งแต่สิ่งมีชีวิตแรกเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ลองมองดูรอบตัวของคุณสิคะ  บนฟ้าให้ฝน บนดินมีแหล่งน้ำ มีต้นไม้  พืชพันธุ์ต่างๆนับไม่ถ้วนให้มนุษย์ได้ใช้เป็นทั้งอาหารและยา ในน้ำมีฝูงปลาและแหล่งอาหารนับล้านชนิดที่ให้การดำรงอยู่ของโซ่อาหารตลอดกาล

 

น่าเศร้าใจที่มนุษย์บางพวกบางกลุ่ม ชอบที่จะทำลายล้างสิ่งดีๆที่ธรรมชาติมอบให้ ไม่ว่าการทิ้งสารพัดชนิดขยะลงในแหล่งน้ำต่างๆ หรือการใช้สารเคมีที่หลากหลายในวงการอุสาหกรรม รวมทั้งเกษตรกรรม เพื่อเป็นการเร่งผลผลิตต่างๆอย่างไร้ขีดจำกัด ผลเสียระยะยาวในธรรมชาติจึงกลายเป็นปัญหาที่แก้ไขกันไม่จบสิ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ กองพลาสติกขยะที่ใหญ่โตพอๆกับภูเขาขนาดย่อมในเมืองใหญ่ๆหลายประเทศ หากเอาขยะของทุกประเทศมากองรวมกันทั้งหมดคงกินเนื้อที่เกือบครึ่งค่อนโลกแล้ว จึงไม่น่าแปลกที่คนเราทุกวันนี้ถูกธรรมชาติลงโทษด้วยการให้เกิดโรคต่างๆสารพัด ไม่ว่าเทคโนโลยี่ในวงการแพทย์จะเจริญไปไกลแค่ไหนก็ตาม ก็ยังไม่สามารถกำจัดโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายให้หมดไปจากโลกนี้ได้ เพราะตราบใดที่คนเรายังไม่รู้จักรัก และหลงลืมบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ตราบนั้นมนุษย์ก็ยังต้องวิ่งวนเวียนและติดอยู่กับบ่วงดักที่ตัวเองสร้างขึ้นอย่างนี้ไปจนชั่วตราบสิ้นดินฟ้าสลาย…ไม่ว่า…การเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทำลายสภาพแวดล้อมของตัวเองจนกลายเป็นพิษ… หรือผลแห่งสงครามที่ใช้สารเคมีร้ายแรงเพื่อจ้องฆ่าทำลายล้างกัน… การผลิตอาหารที่ต้องใช้สารเคมีทุกรูปแบบเพื่อให้ได้ผลผลิตในปริมาณที่ต้องการ…แต่มีผลเสียในระยะยาว… แล้วอย่างนี้จะให้ธรรมชาติมีความเมตตาปราณีอยู่ข้างเดียวได้อย่างไรกัน?

 

แม้เป็นช่วงเวลาน้อยนิดที่ผู้เขียนได้มีโอกาสมานั่งชื่นชมความงามต่างๆของธรรมชาติ แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีที่สุด ที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับอ้อมอกอันแสนอบอุ่นของธรรมชาติในยามที่ทั่วโลกร้อนระอุไปด้วยสงครามการเมืองและสงครามเศรษฐกิจ….เพราะแค่คิดก็เครียดล่วงหน้าไปหลายปีแล้วนะคะ พักผ่อนวางมือกับการทำลายล้างและทำลายโลกกันบ้างเถิดมนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย…ปลีกเวลาสักนิดมาหัดนั่งมองความสวยงามและสัมผัสกับความอบอุ่นแห่งธรรมชาติกันบ้างเถอะ แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติทั้งสิ้น…

 

© รุ่งอรุณ ผลินธร, 2018


 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

June 2018
S M T W T F S
« May    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

เพื่อนรัก

%d bloggers like this: