On My Days & In My Mind (by Rungaroon Plintron)

เล่าสู่กันฟังในวันว่างๆ (โดย รุ่งอรุณ ผลินธร)

Category Archives: ตามอารมณ์

ประเด็นร้อน

ระยะสองสามวันมานี้ มีเหตุการณ์ในบ้านให้เกิดการถกเถียงกันด้วยประเด็นร้อนฉ่าๆยิ่งกว่าผัดผักบุ้งไฟแดง นั่นคือ… “เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ลบุกเข้ายึดพื้นที่ของส้มตำ  ควรตัดสินกรณีพิพาทนี้อย่างไร?” คู่กรณีแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายชายในบ้านทั้งสองคนผนึกกำลังเข้าข้างหนูส้มตำและฝ่ายเจ้าหญิงหรือ”ยัยหญิง”กับผู้เขียน ส่วนน้องแมวสองตัวไม่สนับสนุนฝ่ายไหนขออยู่แบบเป็นกลางเหมือนประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จ้องอยู่อย่างเดียวว่าฝ่ายไหนเสริฟอาหารมา ก็จะรับหมดไม่เกี่ยงทั้งนั้น เหมือนธนาคารที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์พร้อมรับเงินฝากทุกสกุลทั้งฝ่ายประเทศเสรีทุนนิยมและฝ่ายสังคมนิยมคอมมูนิสต์  เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าหลังจากที่ผู้เขียนพยายามใส่เสื้อกันหนาวให้ยัยหญิงเป็นครั้งที่แปดร้อยห้าสิบกว่าๆ ก็ต้องยกเลิกความพยายามชั่วคราว เพราะไม่ว่าจะทำยังไงยัยหญิงจะต้องหาวิธีให้เสื้อหลุดออกไปจากตัวให้ได้ หมาอะไร(วะ)ชอบนุ่งลมห่มฟ้าเป็นอาจิณ หนาวแสนหนาวยังไง ยัยหญิงต้องสลัดเสื้อผ้าที่ใส่ให้อย่างไม่แยแส  เอาล่ะเหนื่อยจนซี่โครงบานกับเจ้าบีเกิ้ลจอมดื้อตัวนี้แล้ว ต้องพักสักหน่อย กะว่าจะหาวิธีอื่นมาลองใหม่ คืนนั้นหนาวมาก ยัยหญิงกับส้มตำมีกรงนอนคนละกรง ถึงแม้เป็นกรงแต่ก็สามารถเปิดประตูไปมาหากันได้ตลอด ทั้งสองมีที่รองนอนอย่างครบถ้วนกันความหนาว แต่พอเช้าขึ้นเหตุการณ์ปะทุขึ้นทันทีเมื่อหนุ่มฝรั่งในบ้านเห็นเจ้าหญิงเข้าไปยึดด้านในสุดของกรงของส้มตำ โดยยัยหญิงปล่อยกรงตัวเองทิ้งไว้ชั่วคราวหรือทิ้งแบบถาวรก็ไม่ได้ระบุเจตนารมณ์  ส่วนส้มตำก็ทำหน้าที่ต้อนรับโดยไม่ขับไล่เจ้าหญิงแต่ประการใด แถมตัวเจ้าส้มตำนอนกั้นข้างหน้ากรงเพิ่มความอุ่นให้ยัยหญิงนอนหลับอย่างอบอุ่นในคืนที่หนาวเย็นยะเยือก ทุกอย่างไม่น่าเป็นปัญหา แต่ทว่าทั้งสองชายไม่เห็นด้วยกับการที่เจ้าหญิงเข้าไปยึดพื้นที่ของส้มตำอย่างเงียบเชียบ การเจรจาในบ้านจึงเริ่มตรึงเครียด…และเครียดมากขึ้นเมื่อหนุ่มฝรั่งยื่นขอเสนอแกมบังคับ … Continue reading

January 20, 2012 · 2 Comments

ไดอารี่ที่รัก

         หลังจากหมกตัวอยู่กับกองหนังสือทำรายงานอย่างชนิดที่เรียกว่าลืมเวลา ลืมทุกอย่าง และเลยเถิดจนกระทั่งลืมแม้กระทั่งชื่ออาจารย์ที่จะต้องเอารายงานไปส่งอีกด้วย (อะแอ้ม… เจ้าหน้าที่การเงินที่รัก… ตัวเลขบนเช็คที่ต้องจ่ายให้ผู้เขียนนั้น ยังไม่ลืมนะ เพราะฉะนั้นอย่าฉวยโอกาสเขียนจำนวนให้ผิดและน้อยลงเหมือนคราวก่อนล่ะ) เพิ่งได้โอกาสทำความสะอาดที่นอนให้เจ้าหมาแมวที่บ้าน …เจ้าหญิงครางหงิงๆหงังๆ เพราะถูกดึงตัวอ้วนๆกลมๆออกมาจากที่นอนอุ่นๆที่กำลังหลับสบายๆ ส่วนเจ้าส้มตำไม่พูดไม่ร้องไม่อะไรทั้งนั้น แต่นั่งฉี่ราดให้เห็นๆเลย แถมทำปากแบบยิ้มหวานๆอีกด้วย เลยได้ออกกำลังกันอุตลุต เพราะเจ้าส้มตำไม่ยอมออกจากที่นอนที่เปียกโชก…มันอะไรกันนักหนาล่ะเนี่ย?  แต่ละตัวปรับเปลี่ยนนิสัยเป็นหมาในเมืองไปหมดแล้ว โดนความหนาวนิดๆหน่อยๆก็สะดุ้ง ฮึ่ม..เดี๋ยวส่งไปโรงงานลูกชิ้นที่เวียตนามซะเลยเป็นไง? คงได้ลูกชิ้นตัวละหลายโลเชียว          เมื่อวานมีคนที่ไม่เคยรู้จักโทรศัพท์มาสามครั้ง ครั้งแรกพอรับสาย คุณท่านก็รัวลิ้นเหมือนข้าวตอกแตก  ยังไม่ทันรู้เหนือรู้ใต้เลยว่าโทรมาทำไม? และเพื่ออะไร? จับใจความอย่างเดียวเรื่องทำประกันเกี่ยวกับรถ เอ๊ะ!รู้ได้ไง(วะ)ว่าผู้เขียนมีรถยี่ห้ออะไร? ดูเหมือนคุณเซลแมนท่านนั้นกำลัง”แตกฟอง” กับการพูดๆๆๆ … Continue reading

December 13, 2011 · Leave a comment

“เรื่องสุนัข…สุนัข”

วันนี้ขอย้อนความหลังเล่าเรื่องก่อนที่”เจ้าหญิง เดอะบีเกิ้ล”จะมาอยู่กับพวกเรานั้น ผู้เขียนต้องใช้เวลาค้นหา”เพื่อนหมา”อยู่นานพอสมควร…เพราะตั้งแต่หมาตัวโปรด”เจ้าแบมบู”จากผู้เขียนไปแล้ว เจ้า”ส้มตำ”ตัวที่ยังเหลืออยู่ก็ดูท่าทางเหงาหงอยไปเหมือนกัน เพราะมันคงอยากมีเพื่อนหมาสำหรับปรับทุกข์รับฟังความคิดเห็นต่างๆตามประสาหมาๆของมันบ้างนอกเหนือไปจากการฟังนายหน้าแหลมบ่นให้ฟังทุกเรื่องและทุกวันจนมันรู้สึกว่าชาตินี้ไม่น่าเกิดมาเป็นหมาที่ชื่อส้มตำเลยวุ้ย  กลุ้มใจอยากจะตายวันละหลายหน แต่นายสั่งมาว่าห้ามตายอย่างเด็ดขาด!          ผู้เขียนเริ่มค้นหาหมาพันธุ์ต่างๆที่เขาประกาศให้ฟรีทางหนังสือพิมพ์ก่อน  ซึ่งก็มีมากมายหลายแบบให้เลือกตามใจชอบ แต่ผู้เขียนก็ยังไม่รู้สึกชอบตัวไหนเป็นพิเศษ เพราะไอ้ที่ชอบก็ไม่เห็นมีใครเขาประกาศให้ฟรีเลยคือใจจริงแล้วผู้เขียนอยากได้ลูกหมาป่าพันธุ์แท้น่ะค่ะ เอาไอ้ที่ดุๆและหน้าบึ้งๆหน่อยเพราะไม่ชอบหมาประเภททำตัวเป็นประชาสัมพันธ์ยิ้มแย้มจนลิ้นห้อยรอต้อนรับทุกคนที่เข้ามาในบ้าน เพราะนอกจากมันจะไม่ค่อยอยากเห่าแล้ว ยังทำท่าจะเสริฟอาหารว่างเลี้ยงต้อนรับคนแปลกหน้าอีกด้วยค่ะ  “เอามาทำไมวะหมาป่าน่ะ? ไม่มีใครเขาเลี้ยงกันหรอก กำลังจะเพี้ยนหรือไง?”เพื่อนคนไทยเก่าๆ(ใกล้ๆแก่)คนหนึ่งถาม  “ไม่เพี้ยนหรอกว่ะ แต่กำลังบ้าเลยล่ะ ก็ชอบน่ะถึงอยากได้ทำไมโยมจะต้องมีคำถามให้มากปัญหาซะเรื่อย?”  “เออ…เอาเถอะ…เอาเถอะ แล้วแต่พระเดชพระคุณก็แล้วกัน งั้นก็ไปหาจากป่ามาเลี้ยงสักสามฝูงเลยสิ”          นอกจากหมาป่าแล้ว ที่ถูกชะตารองลงมาคือหมาไทยแท้พันธุ์หลังอานนี่แหละค่ะ แต่ราคาของมันนี่สิคนซื้ออาจจะหลังอานยิ่งกว่าหมา เพราะแพงเห็นดาวระยิบระยับเลย เมื่อไม่สามารถเป็นเจ้าของหมาป่าและหมาไทยหลังอานได้ … Continue reading

October 15, 2011 · Leave a comment

ไม้ประดับสถานที่

                                มารยาทการเชิญแขกมาในงานเลี้ยงไม่ว่าเลี้ยงอะไรก็ตาม เมื่อเชิญเขามาแล้วหน้าที่ของเจ้าภาพควรจะต้องเอาใจใส่แขกที่เราเชิญมาให้ได้รับความสุขสบายใจเท่าที่ทำได้ และควรปฏิบัติต่อแขกเท่าเทียมกันทุกคนโดยต้องไม่คำนึงถึงว่ากระเป๋าเงินแขกคนไหนมีน้ำหนักกว่ากัน  เพราะอย่าลืมว่าการที่แขกทุกคนเขาสละเวลาอันมีค่าของเขามาเพื่อเรานั้น เป็นการให้ความสำคัญและความหมายงานของเราอย่างยิ่ง การพูดคุยต้อนรับก็ควรให้กระจายทั่วถึงทุกคน ไม่ใช่สนิทกับคนไหนเป็นพิเศษ ก็พูดคุยแต่กับคนนั้นตลอดจนกระทั่งเลิกงาน ส่วนคนที่ไม่สนิทด้วยหรือแค่คุ้นเคยกันนิดหน่อย กลับปล่อยให้เขายืนตบยุง ตบแมลงวันแผละๆแก้เก้อเขินในระหว่างรอร่วมรับประทานอาหาร  หรือปล่อยให้เขายืนเกะๆกะๆเป็นกระถางธูป กระถางต้นไม้ประดับในงาน เพียงเพราะเจ้าภาพอยากอวดใครต่อใครว่างานเลี้ยงของฉันมีแขกเหรื่อมากันเยอะเชียวนะ ถ้าอยากอวดเพียงแค่นั้น ขอแนะนำว่าไปจัดงานตามร้านอาหารบุฟเฟ่ดีกว่าค่ะ เพราะมีผู้คนมาเข้าฉากเยอะดี อย่าจัดที่บ้านเลย เสียเวลาล้างถ้วยล้างชามด้วยค่ะ                                  มีเพื่อนฝรั่งหลายคนสงสัยนักหนาว่าทำไม ผู้เขียนจึงมักพยายามหลีกเลี่ยงไม่เป็นแขกรับเชิญของใครง่ายๆ ขนาดดาราฮอลลี่วู้ดคนดังๆเขายังรับเชิญง่ายกว่านี้ จะเล่นตัวมากไปเกินหรือเปล่าเนี่ย? หรือต้องมีค่ารับเชิญด้วยถึงจะไป? โห…ดูถามเข้านั่น ช่างประชดประชันกันดีเหลือเกินแม่คุณ แม่มหาจำเริญตาสีน้ำข้าว…. … Continue reading

October 6, 2011 · Leave a comment

“โรคภูมิแพ้แบบเทียมๆ ตอนที่๑”

                                                                                   ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งขมวดคิ้วย่นอย่างนั้นสิคะ เปล่าค่ะ!เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพแต่อย่างใด เพราะโรคภูมิแพ้ที่จะเขียนถึงต่อไปนี้เป็นโรคที่น่าสนใจอย่างยิ่งโรคหนึ่ง คือมีอาการประหลาดกว่าโรคภูมิแพ้ตัวจริง เป็นโรคที่วงการแพทย์ทั้งหลายยังต้องเกาศรีษะแกรกๆด้วยสองสาเหตุสำคัญคือหนึ่ง ด้วยความรำคาญขี้รังแคเพราะลืมสระผม และสอง ด้วยความงุนงงกับสาเหตุของโรคนี้ว่าทำไมอาการของโรคจึงกำเริบไม่เป็นเวลาและรักษาเท่าไรก็ไม่มีทางหายสักที? อาการที่สังเกตได้จะแตกต่างกันไปตามอุปนิสัยและบุคคลิกของแต่ละคน โดยสามารถแยกแยะออกได้ดังนี้                                 ลักษณะแรกมักจะเกิดขึ้นกับคนที่รู้มาก โดยเฉพาะรู้วิธีการหลบหลีกที่จะลงแรงของตัวเองในการทำงานเป็นหมู่คณะ เพราะเจ้าตัวมักจะเกิดอาการปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอกทันทีที่รู้ว่ามีงานประเภทออกแรง เช่นถ้าขอให้ช่วยกันจัดสถานที่เพื่อร่วมจัดงานสังสรรค์อะไรสักอย่าง คนที่เป็นโรคภูมิแพ้เทียมจะเริ่มมีอาการปวดหัวตัวร้อนจี๋ขึ้นมาทันที แถมต้องบ่นดังๆซ้ำๆซากๆให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงอาการดังกล่าวด้วย โดยไม่มีเจตนาที่จะเอาเปรียบเพื่อนๆ (เพียงแต่ตั้งใจจะหลบเลี่ยงเท่านั้น) พอมีเพื่อนคนไหนสักคนที่มีจิตใจอ่อนขี้สงสารคนบอกให้ไปนั่งพัก เท่านั้นเองอาการที่ว่าปวดโน่นปวดนี่ตามร่างกายก็เกือบจะหายเป็นปกติทันที เพราะเห็นนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือนิยายรักหวานแหววอย่างสบายอารมณ์ ถ้างานส่วนรวมยังไม่เสร็จ อาการปวดก็จะยังคงเป็นๆหายๆอยู่อย่างนั้น พองานเสร็จกะว่าไม่มีการออกแรงอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว อาการภูมิแพ้เทียมจะหายเป็นปลิดทิ้ง ลุกขึ้นมาเต้นแร้งเต้นกาได้อย่างสนุกสนาน แต่พอถึงเวลางานใกล้ๆเลิกและมีการร่วมแรงช่วยเก็บข้าวของต่างๆอีกครั้ง … Continue reading

September 26, 2011 · Leave a comment

บ้านใกล้เรือนเคียงตอนสาม(ไฮยิน่า)

                 เมื่อวานแชทออนไลน์ทางยาฮู น้องยุรีก็ถามว่าเมื่อไหร่ผู้เขียนจะโพ้สเรื่องคุณไฮยิน่าต่อ? คือว่างี้ค่ะ อะแอ้ม! ที่ล่าช้าในเดือนนี้ก็เพราะผู้เขียนมีรายงานหลายวิชาที่ต้องเร่งเต็มสตรีมเพื่อให้เสร็จทันเวลา  เลยแอบเอาเรื่องของ”ไฮยีน่า”ไปดองแช่น้ำปลาระยะหนึ่ง กะว่าให้เค็มจนเกลือขึ้นได้ที่แล้ว ถึงจะเอามาทำปลาร้า เอ๊ย จะมาโพ้สน่ะค่ะ ไปๆมาๆก็ล่าช้าอีกจนได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนต้องขอโทษมากๆเลยค่ะ ที่ส่งการบ้านช้า อิ…อิ…อิ….(ขอใช้เสียงหัวเราะแบบสมัยใหม่กับเขามั่ง) กรุณาหักคะแนนน้อยๆ แต่ขอให้อ่านกันนานๆ เหมือนที่ท่านรัก”สายัณห์ สัญญา” น้อยๆ แต่ให้รักสายัณห์นานๆนั่นแหละค่ะ เอ๊ะ!เกี่ยวกันหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ                  แต่สำหรับคุณไฮยิน่านั้น เธอได้ยินเสียงเห่าของเจ้าหญิงบ่อยๆ แต่ไม่สามารถรักเจ้าหญิง เอ๊ย!อดทนฟังได้นานๆ ตอนแรกเธอก็ยืนหน้าบึ้งถลึงตามองข้ามรั้วมาขู่เจ้าหญิงก่อน  แต่ถึงเธอพยายามจะมองจ้องให้ตาโปนถลนออกมาเป็นตากบยังไงก็ตาม เจ้าหญิงก็หารับรู้และสนใจไม่ ว่าดังนั้นแล้ว…เมื่อเห็นไฮยิน่าทีไร เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ลก็จะเปลี่ยนระบบเสียงจากการเห่าแบบคลื่นเสียงธรรมดาๆ … Continue reading

August 28, 2011 · Leave a comment

บ้านใกล้เรือนเคียง ตอน”บีเกิ้ลกล่อมขวัญ”

  ย้อนกลับไปช่วงสัปดาห์แรกที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ตอนนั้นยัยไฮยิน่ายังไม่แสดงอาการอันตรายอะไรให้เป็นที่สังเกตมากนัก แต่ช่วงสามคืนแรก เจ้าหญิงและส้มตำร่วมกันเห่าห่อนแบบคอรัสประสานเสียง เพื่อขับกล่อมรัตติกาลที่บ้านใหม่ คงจะเป็นเพลงที่ไพเราะที่สุดในความรู้สึกของเจ้าหมาทั้งสอง แต่ทั้งสามคืนนั้นผู้เขียนไม่เป็นอันหลับนอนล่ะ เพราะทุกครั้งที่บทเพลงของเจ้าหญิงและส้มตำเริ่มต้น ผู้เขียนต้องลุกพรวดพราดจากเตียงถลันวิ่งออกไปอย่างตะลีตะลานแทบหัวคะมำตกบันได เพื่อหยุดเสียงเพลงของทั้งสองตัวให้ได้ ก่อนที่ก้อนอิฐจากเพื่อนข้างบ้านจะบินข้ามรั้วมาหยุดให้  สภาพตอนนั้นผู้เขียนเหมือนกับคนในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่พอได้ยินเสียงหวอเตือนทิ้งระเบิดทีไร ต้องวิ่งหนีขวัญกระเจิงเพื่อหาหลุมหลบภัยทันที เพียงแต่ต่างกันก็ตรงที่ผู้เขียนต้องวิ่งไปที่ห้องหมาสองตัวนั้นให้เร็วที่สุด                             เสียงหอนของเจ้าส้มตำยังจะพอกลบเกลือนและโมเมกันได้บ้างว่าเป็นเสียงหมาบ้านอื่นร้องคร่ำครวญ  เพราะคลื่นเสียงและระดับโทนเสียงคล้ายๆกัน แต่คลื่นเสียงบีเกิ้ลของเจ้าหญิงนี่สิ กลบเกลือนกันยากมาก เพราะเป็นเสียงที่มีเอกลักขณ์ในตัวเอง ส่วนมากพวกฝรั่งเขาจะแยกออกได้ทันทีเลยว่านั่นคือเสียงหมาทั่วไปหรือเสียงเจ้าบีเกิ้ล   และทุกครั้งที่เห็นผู้เขียนโผล่หน้าเข้าไป เจ้าหมาสองตัวก็จะหยุดชะงักการบรรเลงบทเพลงกล่อมขวัญทันที แล้วพากันกระดิกหาง แย่งกันกระโดดเข้าหาผู้เขียน พร้อมๆกับตะกุยกตะกายแสดงความดีอกดีใจราวกับว่าไม่ได้เห็นหน้ากันมานานแรมปี ทั้งๆที่เพิ่งจะแยกย้ายกันไปนอนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้เอง เราจะทำไงดีกับเจ้าหมาสองตัวนี้ไม่ให้เห่าหอนรบกวนชาวบ้านชาวเมืองเขานะ?  เอาล่ะนั่งเฝ้ากันยังงี้แหละ … Continue reading

August 6, 2011 · Leave a comment

บ้านใกล้เรือนเคียง (บทที่หนึ่ง)

                สองเดือนกว่าๆในถิ่นใหม่ มีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำการวิเคราะห์ วิจัยและวิจารณ์ เพื่อสรุปข้อมูลสำคัญว่าเพราะเหตุใดฤามิสซิส”ไฮยีน่า” (Hyena)(นามสมมุติที่ไปขุดมาจากทวีปอาฟริกา) ยัยแหม่มหน้างิ้วถึงไม่ชอบเสียงหมาเห่า?  โดยเฉพาะเสียงของ”เจ้าหญิง”เพื่อนสี่ขาผู้ซื่อสัตย์ของผู้เขียน ทั้งๆที่เพื่อนบ้านในละแวกนี้เลี้ยงเจ้าสี่ขากันทุกบ้าน แม้แต่บ้านของคุณไฮยีน่าเองก็มีหมาประจำตำแหน่งสองตัว และก็ส่งเสียงเห่าเหมือนกับหมาของเพื่อนบ้านทั่วไป ต่างตัวต่างเห่าและหอนตามความถนัด ยัยไฮยีน่าไม่สนใจ แต่กลับมาจับจ้องเฉพาะบ้านของผู้เขียนเท่านั้น ทำไม?…ทำไม?…ทำไม(วะ)? สงสัยจริงๆเชียวค่ะ               เอาล่ะค่ะเราจะมาเริ่มกันที่เขตแดนกันก่อน ขอให้ท่านผู้อ่านหลับตาลองนึกภาพไปด้วยก็แล้วกัน แต่กรุณาอย่าหลับเพลินจนฝันถึงตัวไฮยีน่าล่ะคะ  ส่วนจะหาความหมายว่า”ไฮยีน่า”คืออะไรก็เปิดหาที่เว็ปไซด์ต่างๆได้ตามสะดวก ขอเกริ่นไว้ตรงนี้เลยว่าชื่อต่างๆที่นำมาเขียนวันนี้ เป็นนามสมมุติทั้งสิ้น ส่วนจะไปพ้องกับพฤติกรรมจริงของใครนั้น ผู้เขียนคนเดียวเท่านั้นที่ทราบค่ะ กลับมาเริ่มที่บ้านของผู้เขียนก่อนดีกว่า ถ้ายืนหันหน้าไปทางทิศตะวันตก กางมือออก…ด้านขวามือคือบ้านของคุณ”เกาะกรูด” ที่ได้ชื่อนี้เพราะคุณพี่ท่านอยู่ตามลำพังไม่สุงสิงกับใครทั้งนั้น … Continue reading

July 23, 2011 · Leave a comment

ค่ารักษา…และรอยยิ้มของหมอ

            ใครก็ตามที่เคยไปโรงพยาบาลทั้งในอเมริกาและที่เมืองไทยจะทราบดีว่าหลังจากที่หายป่วยจากอาการป่วยทางกายแล้ว อาการหนึ่งที่ติดตามมาอย่างเงียบเชียบคืออาการหวาดผวาคล้ายๆอาการประสาทหลอนในตอนที่เห็นบิลจากโรงพยาบาล แม้ว่าผู้ป่วยส่วนมากจะมีการประกันสุขภาพแล้วก็ตาม แต่ว่าตัวเลขที่สรุปการรักษาต่างๆในบิลนั้นมันมีอิทธิพลที่จะเขย่าขวัญให้ผู้ที่มีชื่อในบิลนั้นขวัญกระเจิงไปไกลสุดกู่เลยเชียวแหละ             โอ้..ขวัญเอ๋ยขวัญมา…..ค่ายาค่ารักษาอย่าตามมารังควานหลอกหลอนกันอีกเลยนะ…ไปสู่ที่ชอบๆเถิด…เพราะข้าฯไม่ได้เกิดมาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ธนบัตร….ราคาที่เห็นนั้นมันจึงสุดลำเค็ญแสนเข็นที่จะหามาชำระได้หมดในชาตินี้…ถ้าหากไม่มีประกันสุขภาพช่วยจ่ายล่ะก็คงต้องมีการผ่อนชำระค่ารักษาไปอีกประมาณสามสี่ชาติข้างหน้าโน้นถึงจะหมด            ผู้เขียนไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าในโรงพยาบาลหรือคลีนิคแต่ละแห่งนั้นเขาเอาอะไรมาเป็นมาตราฐานในการตั้งราคาค่ายาและค่ารักษา  ทราบแต่ว่าทุกอย่างนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปเป็นคนไข้นอกหรือคนไข้ในนั้น ทางโรงพยาบาลจะเริ่มนับเป็นเม็ดเงินล้วนๆกันเลยเชียวล่ะ โดยเฉพาะคนป่วยที่ได้รับเกียรติจากคุณหมอให้เป็นคนไข้ในซึ่งต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วล่ะก็  เขาจะมีราคาตั้งไว้แบบสูงปรี๊ด นอกจากอณูของอากาศ ที่ใช้สำหรับหายใจเท่านั้นที่เขายังไม่ได้ตั้งราคาให้เป็นมาตราฐานว่าคิดวินาทีละเท่าไหร่? แต่ถ้าเป็นออกซิเจนที่เขาบรรจุใส่ถังไว้แล้ว ถึงแม้ว่าหมอจะเป็นคนสั่งให้ใช้และคนที่จะใช้มันด้วยความเต็มใจหรือไม่ก็ตาม…ต้องจ่ายเงินค่ะ…         ส่วนสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆในห้องผู้ป่วยนั้นก็เช่นเดียวกัน มีราคาที่ผู้ใช้จะต้องจ่ายล้วนๆ  ไม่ว่าจะเป็นกระดาษทิชชูเช็ดปากหรือกระดาษชำระ ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายทั้งนั้น แม้แต่เคเบิ้ลทีวี เครื่องเล่นแผ่นซีดีหรือวีซีอาร์ที่เขามีมาบริการไว้ในห้อง ก็อย่าเพิ่งนึกดีอกดีใจว่าเป็นอภินันทนาการพิเศษสุดจากโรงพยาบาลนะ เพราะบอกแล้วไงว่า เขามีราคาซ่อนไว้รวมกับค่าบริการของโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ยิ่งถ้าผู้ป่วยคนใดต้องเข้าห้องผ่าตัดหรือต้องใช้เครื่องมือในการตรวจแบบมีคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยี่ต่างๆเข้ามาพ่วงด้วยแล้วล่ะก็…..หลังการรักษาแล้วควรจะต้องค่อยๆฝึกรวมสมาธิให้นิ่งๆ…สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ หายใจออกช้าๆ (แต่อย่ากลั้นหายใจนานเกินไปล่ะ … Continue reading

July 16, 2011 · Leave a comment

วันว่างที่ยุ่งๆ

เขียนในบ่ายของวันแดดร้อนและลมแรง…          วันนี้ได้พักหนึ่งวัน หลังจากเคร่งเครียดกับภาระกิจต่างๆประจำวันมาตลอดสัปดาห์  หลับตาฝันถึงบรรยากาศประเทศภูฐานโน่นแน่ะ ได้ไอเดียมาจากการอ่านข้อมูลออนไลน์ ก็เลยอยากไปอยู่ที่นั่นจัง หรือถ้ารัฐบาลภูฐานไม่อนุญาตให้อยู่ ก็แค่ขอไปยืนหน้าแหลมๆเกาะรั้วมองๆเมียงๆอยู่ข้างๆประเทศก็ยังดีนา…          ลืมตาตื่นอีกที…มาพบตัวเองนั่งอยู่ที่นี่ ซึ่งตอนแรกตาฝาดไป เห็นเป็นฝูงปลาวาฬเวียนว่ายอยู่รอบข้าง  ขยี้ตาอีกที…อ้าว…กลับไม่ใช่ปลาวาฬดังที่เข้าใจ แต่เป็นลูกค้าฝรั่งหลายสิบคนที่แบกน้ำหนักระดับพี่ๆน้องๆของนักมวยซูโม่เข้ามาในร้านอาหารจีนแบบบุฟเฟ่ แต่ละคนถือจานมาตักอาหารกันแบบพูนๆและล้นๆจานกันทั้งนั้น ไหนๆจ่ายเงินแล้วนี่หว่า คุณปลาวาฬ เอ๊ย! ท่านลูกค้าเหล่านี้ก็ขอตักอาหารกันให้เต็มที่ซะหน่อยเถอะ  ผู้เขียนแอบเหลือบมองและสังเกตเห็นดูท่าท่าเจ้าของร้านซึ่งเป็นเพื่อนคนจีนที่รู้จักกันมานาน  ก็เข้าใจความรู้สึกจากสีหน้าและแววตาที่ออกจะเครียดๆและอึดอัด เพราะปริมาณอาหารที่ลูกค้าตักใส่จานกับจำนวนเงินค่าบริการไม่ค่อยสมดุลย์กันเลย ดูสิกุ้งตัวใหญ่ๆ หมู เนื้อ ไก่ อีกเพียบ( นี่ถ้าเอากะละมังมาจากบ้านได้ล่ะก็ ลูกค้าเหล่านี้คงขนกันมาหอบใหญ่ตักใส่กันสนุกไปเลย )   เห็นเพื่อนยืนมองตาปริบๆ ยิ้มแบบปูเลี่ยนๆชอบกล  คงพูดไม่ออกบอกอะไรไม่ได้ … Continue reading

July 8, 2011 · Leave a comment

Music of the Month

My Best Friends

My Beloved Friends

เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ล

เลือกตามเดือน

Click by your choices

Jaoying resists.

วันเดือนปี

March 2021
S M T W T F S
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

เพื่อนรัก